YAMASA ASIA OCEANIA「เป้าหมายคือการก้าวข้ามกำแพงอันสูงชันของตลาดมุสลิม」

「เป้าหมายคือการก้าวข้ามกำแพงอันสูงชันของตลาดมุสลิม」

《โปรไฟล์》
President and Chief Executive Officer
Kanuma Atsushi
คานุมะ อะสึชิ
◼︎เกิดเมื่อปี ค.ศ.1972 บ้านเกิดอยู่ที่กรุงโตเกียวหลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Tsukubaได้เข้าทำงานที่บริษัทผลิตอาหารแห่งหนึ่งในปี ค.ศ. 1996
ตั้งแต่เข้าทำงานก็อยู่ในสายงานด้านการค้าขายกับต่างประเทศมาโดยตลอด ในปีค.ศ. 2009 ได้เข้าทำงานที่บริษัท YAMASA Corporation ต่อมาในปีค.ศ. 2015
ได้ดำรงตำแหน่ง ประธาน และ CEO ของบริษัท YAMASA (THAILAND) และยังได้ก่อตั้ง YAMASA ASIA OCEANIA ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2017 อีกด้วย
◼︎คติประจำใจ:จะทำอะไรก็ทำให้สุดเพราะเรามีแค่ชีวิตเดียว
◼︎หนังสือเล่มโปรด:Midnight Express โดย Sawaki Koutarou
◼︎บุคคลที่นับถือ:คุณพ่อคุณแม่
◼︎งานอดิเรก:ท่องเที่ยว
◼เว็บไซต์ที่เข้าเป็นประจำ:DIAMOND online
◼︎กิจกรรมในวันหยุด:เล่นกับลูก ตีกอล์ฟ

“YAMASA ASIA OCEANIA” บริษัทในเครือของ YAMASA Corporation มุ่งเน้นทำตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
บริษัทของเราเน้นพัฒนาสินค้าให้เข้ากับรสนิยมของคนในประเทศต่าง ๆ และส่งต่อรสชาติแบบญี่ปุ่นไปทั่วเอเชียโดยจะไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดรสชาติแบบญี่ปุ่นมากจนเกินไป
ด้วยแนวคิดนี้เองที่ทำให้ยอดขายของบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและในครั้งนี้เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์ประธานบริษัท คุณคานุมะ อะสึชิ ผู้วางแผนกลยุทธ์ “การบุกเบิกตลาดมุสลิม” เพื่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต


เป็นที่ยอมรับจากพ่อครัวมากมายเลยนะครับ

เรารู้สึกดีใจมากที่สินค้าของบริษัทเราได้รับการยอมรับจากมืออาชีพทั้งพ่อครัวทำซูชิและพ่อครัวร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

โดยทั่วไปหากพูดถึงโชยุ ทุกคนมักนึกภาพว่าต้องเป็น “สีดำ” แต่โชยุของบริษัทเราเป็น “สีแดง” ครับ แน่นอนว่าโชยุต้องมีรสชาติที่ดีและเมื่อนำไปปรุงอาหารแล้ว จะต้องทำให้หน้าตาของอาหารดูสวยงามขึ้นด้วย

พ่อครัวที่อยู่ในช่วงฝึกฝนและขัดเกลาฝีมือส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้สินค้าของทางบริษัทเรา และแม้จะฝึกฝนเสร็จแล้วพวกเขาก็ยังเลือกที่จะใช้ต่อไปครับ

ภูมิใจที่ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น…

เราเป็นแบรนด์ผู้ผลิตโชยุเก่าแก่ที่เปิดกิจการเมื่อปี ค.ศ.1645แต่เริ่มรุกเข้าสู่ตลาดในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.2008 เพราะฉะนั้นเราถือว่ายังเป็นหน้าใหม่ในไทยอยู่ครับ ผมอยากจะทำให้สินค้าของเราเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในตลาดเอเชียและโอเชียเนียที่กำลังเติบโตอย่างเห็นได้ชัด

รวมทั้งอยากจะขยายธุรกิจที่ครอบคลุมไปถึงการผลิตเครื่องปรุงรสอื่น ๆรวมถึงการจำหน่ายสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยและที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นให้แก่บริษัทผู้ผลิตอาหารและร้านอาหารด้วยครับ

จุดแข็งของพวกเราคือ “คุณภาพ” ที่พ่อครัวมืออาชีพยอมรับดังที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ซึ่งขณะนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นยิ่งไปกว่านั้นร้านต่าง ๆ ก็กำลังมุ่งยกระดับร้านของตัวเองให้สูงขึ้น

จึงคาดว่าความต้องการในสินค้าของบริษัทเราจะค่อย ๆเพิ่มมากยิ่งขึ้นตามไปด้วยครับ

ในขณะเดียวกันเราได้ทุ่มเทพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มีเงินทุนสูงซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในหลายปีมานี้ การที่จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของประเทศญี่ปุ่นโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย คิดว่าทำได้ยาก คนไทยส่วนใหญ่เมื่อชิมโชยุของญี่ปุ่นแล้วมักจะรู้สึกว่า “เค็มเกินไป”

เพราะที่ประเทศไทย อาหารจะมีทั้งรสเค็ม รสหวานและรสเผ็ดที่ต้องผสมผสานกันอย่างลงตัว คนจึงจะรู้สึกว่าอาหารนั้น “อร่อย” ด้วยเหตุนี้เราจึงปรับสินค้าส่วนหนึ่งของบริษัทให้เข้ากับรสนิยมการบริโภคของคนไทยโดยการเพิ่มรสหวานลงไปด้วย

ในด้านธุรกิจเชิงพาณิชย์เอง เรากำลังพัฒนาการผลิตสินค้าตามสั่งแบบครบวงจรอยู่ครับเนื่องจากประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่สำคัญในการผลิตอาหารแปรรูป ดังนั้น นอกจากร้านอาหารแล้วเรายังขายส่ให้กับบริษัทผู้ผลิตอีกด้วย ในตอนนี้แบรนด์ YAMASA ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยเท่าไรนักจึงอยากจะส่งเสริมการขายทั้งในเชิงพาณิชย์ และในครัวเรือนทั่วไปเพื่อให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคให้มากขึ้นครับ

ปัญหาที่ต้องแก้ไขในสถานการณ์ปัจจุบันคือ…

ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ทำให้เราสามารถสร้างโมเดลทางธุรกิจของตนเองในประเทศไทยขึ้นมาได้และคิดว่าความสำเร็จในประเทศไทยจะเป็นแรงผลักดันให้เราสามารถขยายธุรกิจไปยัง
ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนได้

ประเทศไทยเหมือนกับประเทศญี่ปุ่นตรงที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจากนี้จำนวนประชากรก็อาจจะลดลงและตลาดอาจมีแนวโน้มหดตัวลงในอนาคต เพื่อที่จะสามารถอยู่รอดต่อไปได้เราจึงต้องหันมาให้ความสนใจกับตลาดใหม่ ๆควบคู่กันไปด้วย

ในตอนนี้เราหวังจะเข้าไปทำการจำหน่ายในประเทศมุสลิมอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียที่ประชากรชาวมุสลิมมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นและตลาดเองก็น่าจะขยายตัว
ลักษณะเด่นของตลาดมุสลิมคือข้อห้ามในเรื่องอาหารของศาสนาอิสลามที่เข้มงวด แต่ในทางกลับกันผมมองว่าข้อห้ามนี้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญให้เราครองตลาดได้

ยกตัวอย่างเช่น ผู้นับถือศาสนาอิสลามจะไม่รับประทานอาหารที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่อย่างเด็ดขาดในวงการธุรกิจโชยุ สิ่งนี้ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญมากเพราะในการผลิตโชยุสิ่งที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการหมัก คือแอลกอฮอล์

ถึงจะยังมีอุปสรรคในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายแต่หากได้รับ“เครื่องหมายรับรองฮาลาล” ก็จะสามารถตีตลาดมุสลิมได้ซึ่งจริง ๆ แล้วบริษัทของเราได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งในไทยและญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นเองก็มีปัญหาเช่นกันคือประเภทของสินค้าที่สามารถขอการรับรองได้มีน้อยมาก ในขณะที่ประเทศไทยจะมีหลากหลายกว่า

การที่บริษัทเรามีเครื่องหมายนี้จึงเปรียบเสมือนอาวุธสำคัญเลยก็ว่าได้ปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียมีข้อกำหนดมากขึ้น อย่างเช่นเรื่องที่ว่า “ต้องมีการรับรองฮาลาลในประเทศอินโดนีเซียเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้วางจำหน่าย” แต่เมื่อก้าวผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ ได้แล้วเป้าหมายต่อไปก็คืออยากจะเป็นที่ยอมรับในตลาดมุสลิมให้ได้ครับ

ช่วยบอกถึงการคาดการณ์หลังจากนี้

เราอยากจะเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าในไทยโดยมุ่งพัฒนาทักษะของบุคลากรชาวไทยทั้งในเรื่องของการบริหารการตลาด การพัฒนาสินค้าและการรับประกันคุณภาพสินค้า เป็นต้น
สำหรับการเพิ่มทักษะในด้านการบริหารการตลาด เราจะส่งพนักงานไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะเขาจะได้เห็นกรรมวิธีในการผลิตสินค้าจริง ๆ ด้วยตาของตนเอง
คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นอยู่แล้วผมคิดว่าพวกเขามีพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่แล้วครับ

ที่ประเทศไทยเองก็วางขายสินค้าที่หลากหลาย