THAI SECOM SECURITY

THAI SECOM SECURITY

‘เราจะเติมเต็มดูแลรับผิดชอบสาขาหลักของอาเซียน’

เมื่อพูดชื่อ SECOM ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการรักษาความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมาก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับการลงทุนในต่างประเทศนั้นมีประสบการณ์กว่า 40 ปี ทั้งที่เกาหลีและไต้หวันก็เป็นที่รู้จักดี ถึงกระทั่งยึดตำแหน่งผู้นำตลาดเสมือนกับว่าเป็นบริษัทท้องถิ่นเลยทีเดียว

 

ผู้อำนวยการบริหาร
Egashira Keita
ประวัติ
เกิดเมื่อปี 1969 ที่จังหวัดคานางาวะ จบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคันโตงักคุอิน ในปี 1987 และในปีเดียวกัน ได้เริ่มทำงานที่บริษัท SECOM แผนกรักษาความปลอดภัยภายใน สำนักงานกองส่งเสริมการขายสำนักงานใหญ่, หลังจากดำรงตำแหน่งผู้จัดการสาขาก็ได้มาเป็นผู้จัดการฝ่ายขายกลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศของกลุ่ม และดำรงตำแหน่งปัจจุบันตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีนี้
งานอดิเรก: แฟนของทีมเบสบอล Yokohama Bay Stars และชอบดูเบสบอลของโรงเรียนมัธยมปลาย (ได้ติดตามมาตลอดทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูใบไม้ร่วง จะหาโอกาสไปเชียร์ที่ขอบสนามอยู่เป็นประจำ และผมมักจะคิดเสมอว่า หากทางทีมที่เราชอบกำลังตั้งใจแข่งอยู่ ทางผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดที่นี่เช่นกัน)

พื้นที่ธุรกิจในไทยกำลังขยายตัว
ในฐานะที่เป็นหัวข้อล่าสุดอย่างธุรกิจเครื่องกระตุ้นหัวใจภายนอก (AED) นั้น เราได้เริ่มทำขึ้นเมื่อปลายปี 2016 หากเราอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ทุกคนอาจจะสังเกตได้ว่ามีเครื่อง AED วางเอาไว้เป็นเครื่องมือช่วยชีวิต ยามเกิดภาวะฉุกเฉินอย่างเช่นภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกแห่ง เช่นสถานีรถไฟหรือตามห้างต่างๆ สำหรับในประเทศไทยนั้น ผมมองว่าเรามีโอกาสพบเห็นเห็นกล่องสีขาว (มีอุปกรณ์สีเรืองแสงภายใน) เพิ่มขึ้นทั้งในสถานี และศูนย์การค้า ในอนาคตประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นประเทศมีศักยภาพด้านการแพทย์ จะมีการต้องการบริการต่างๆ ที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ผมยังมองว่าคนไทยจะหันมาสนใจด้านการป้องกัน และรักษาความปลอดภัยของบ้านพักที่อยู่อาศัยมากขึ้นเช่นกัน

ตลาดในประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มที่เติบโตอยู่
หากย้อนไปดูช่วงเวลาที่ Secom Group เริ่มที่จะให้บริการรักษาความปลอดภัยในต่างประเทศ เป็นอะไรที่เข้าใจง่ายมากครับ ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นที่เกาหลีใต้และไต้หวัน บริษัทของเราต่างมีส่วนแบ่งอยู่ในอันดับต้นๆของตลาด ขนาดที่ว่าประชาชนของทั้งสองประเทศนั้นอาจจะคิดว่า Secom เป็นธุรกิจของประเทศตัวเองเแล้วก็ว่าได้ บางคนไปเที่ยวญี่ปุ่นพอพบเห็นเครื่องหมายโลโก้ของ Secom ก็มักจะคิดว่า “บริษัทของประเทศเรามีสาขาอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยนะ”
และจากสิ่งเหล่านี้ จึงทำให้เราเห็นโอกาสที่เหมาะสมในการพัฒนาและขยาย บริการด้านความปลอดภัยในบ้านของเรา แน่นอนว่าด้วยความแตกต่างของวัฒนธรรมและประเพณี ของแต่ละประเทศนั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสำเร็จเช่นกัน ดังนั้นก่อนที่ประชาชนจะยอมรับ และเปิดใจและทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้นั้น เรามองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องพบกับอุปสรรค โดยเฉพาะช่วงเริ่มขยายและพัฒนาธุรกิจ ดังนั้นเราจึงต้องมีช่วงเวลาที่ลำบากมากันมาบ้าง และนั่นก็รวมถึงปัจจุบันที่เรากำลังอยู่ในช่วงพัฒนา และขยายธุรกิจในประเทศไทยด้วย
เมื่อเวลานั้นมาถึงประเทศไทยจะถูกแนะนำให้กลายมาเป็น ศูนย์กลางจากประเทศเพื่อนบ้านในเขต ASEAN แต่ด้วยช่องว่างทางเศรษฐกิจ ระหว่างเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ และเขตชนบทของประเทศไทยนั้นมีมาก จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่กว่าธุรกิจของจะขยายไป ถึงทุกพื้นที่นั้นอาจจะใช้เวลานานพอสมควร

นอกจากนี้กิจกรรมการรณรงค์เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องความปลอดภัยนั้นก็มีความจำเป็นใช่ไหม
ใช่แล้วครับ ประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้น (สมัยที่กำลังสร้างธุรกิจ) บริษัทจำนวนไม่น้อยที่พยายามเสาะหาหรือมีความต้องการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (เวรกะดึก) เป็นอย่างมาก จึงเกิดการว่าจ้างบริษัทเอาท์ซอร์สด้านความปลอดภัย
จากนั้นจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็มีมากขึ้นทำให้บริษัทต้องรับภาระเกินความจำเป็น ดังนั้นเราจึงคิดค้นบริการด้านเทคโนโลยีมาทดแทนเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ปัจจุบันการรักษาความปลอดภัย (เช่นการเฝ้าระวังผ่านวิดีโอ 24 ชั่วโมง) สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (เหตุการณ์/ อุบัติเหตุ) เรายังคงต้องการใช้ความสามารถและการสนับสนุนของมนุษย์เป็นคนจัดการ และนั่นเป็นเหตุผลที่เรายังคงต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
การใช้เทคโนโลยีเพื่อสอดส่องดูแลพื้นที่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นพนักงานเหล่านั้นก็วิ่งไปจัดการกับปัญหา ฟังแล้วงานนี้อาจจะดูไม่มีอะไรซับซ้อน แต่จริงๆแล้วพนักงานดังกล่าวเป็นพนักงานระดับมืออาชีพ ต่างได้รับการฝึกฝนทั้งการใช้อุปกรณ์และการสอดส่องมาอย่างเข้มข้น และแม้ว่าเราอาจจะเป็นแค่บริษัทรักษาความปลอดภัย แต่นี่ก็คือภาพลักษณ์ที่เราอยากบอกว่าเราสามารถทำได้จริง 100%

ประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงขยายตัวแล้ว
ถูกต้องครับ ปัจจุบันประเทศไทยเติบโตขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และถือเป็นประเทศตัวอย่างของอาเซียน ดังนั้นเราจึงอยากให้คนไทยเข้าใจ และยอมรับบริการรักษาความปลอดภัยของ Secom มากขึ้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการองค์กรและที่อยู่อาศัยให้มีความปลอดภัยและอุ่นใจ
ในอนาคต เราก็อยากจะนำโมเดลที่ใช้พัฒนาในไทยไปใช้ต่อที่ประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่ปัจจุบันมีการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกันครับ

การทำงานที่ไทยเป็นอย่างไรบ้าง
พอทราบเรื่องนี้ตอนแรกต้องบอกเลยว่าตกใจมาก
แม้ตอนนั้นผมจะอยู่ในแผนกระหว่างประเทศ จึงสามารถเข้าใจตัวธุรกิจต่างประเทศได้ แต่สำหรับการย้ายไปประจำเพื่อทำงานในประเทศนั้นๆ แล้วมีความแตกต่างอย่างมาก
ด้วยความที่เป็นธุรกิจที่เคยทำมาก่อน และความคุ้นเคยกับตลาดไทยมากกว่าใคร ถึงจะทำที่ไทยมาได้ไม่กี่เดือน แต่ผมเองก็รู้สึกถึงความสำคัญของตลาดในประเทศไทย และจะรับขอผิดชอบหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ครับ

ในงานเลี้ยงส่งประธานบริษัทรุ่นก่อนๆ