Category

“เป้าหมายคือการครองตลาดอันดับท็อปเท็นของประเทศไทย”

บริษัท Sompo Japan Nipponkoa Insurance ถือเป็นบริษัทชั้นนำของวงการประกันความเสียหายในประเทศญี่ปุ่น มีส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ เราได้ไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับการทำตลาดประกันความเสียหายในประเทศไทยที่มีแต่จะขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

SOMPO INSURANCE (THAILAND)
Chairman
Ono Takanori
ประวัติ
เกิดปี 1966 ที่จังหวัดจิบะ จบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ เข้าทำงานที่บริษัทประกันอัคคีภัยยาสุดะ จนถึงปัจจุบัน
คติประจำใจ : ผู้รู้ย่อมไม่หลงผิด ผู้มีใจเมตตาย่อมไม่มีอะไรต้องกังวล ผู้กล้าย่อมไม่มีอะไรต้องกลัว
หนังสือที่ชอบ : Peter F. Drucker – THE Effective Executive / Natsume Soseki ‘Sanshiro’ / Shima Ryotaro ‘Yo ni sumu hibi’
บุคคลที่เคารพ : Nagashima Shigeo
งานอดิเรก : อ่านหนังสือ ชมการแข่งขันกีฬา
ร้านประจำในกรุงเทพฯ : Tummy Yummy
นาฬิกาเรือนโปรด : Casio OCEANUS
เว็บไซต์ที่เข้าชมประจำ : Nikkei Business , Yahoo! , Sports Nichi
กิจกรรมวันหยุด : เล่นกอล์ฟ , ไปจ๊อกกิ้งที่สวนลุมกับภรรยา

ได้ยินว่าย้ายมาจากสิงคโปร์
ครับ แต่โดยรวมแล้วตลาดในเมืองไทยใหญ่กว่ามาก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็มีส่วนแบ่งในตลาดเพียงแค่ 1~2% เท่านั้น แต่ก็มีการเติบโตในตลาดที่เกินค่าเฉลี่ย ก็ถือได้ว่าเราได้ส่วนแบ่งมาอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว ในประเทศไทยจะมีประกันอัคคีภัยและประกันรถยนต์เป็นหลัก ทางเราก็ได้ทำส่วนปลีกย่อยต่างๆ สำหรับตลาดลูกค้าคนไทย ทำให้ปัจจุบันเรามีลูกค้าเป็นคนไทยเพิ่มขึ้น คิดเป็นญี่ปุ่น 70 % ไทย 30 % แม้ว่าจะมีลูกค้าญี่ปุ่นมากกว่าแต่ก็ได้วางแผนเอาไว้ในอนาคตอันใกล้ว่าต้องเป็น 50% : 50% ให้ได้ โดยที่ทางบริษัทก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ให้สำเร็จ

ประเทศไทยเพิ่งจะรู้จักการทำประกันความเสียหาย
มีบ้างที่ยังไม่คุ้นเคยเพราะระบบต่างๆ เช่น ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นข้อมูลของอุบัติเหตุจะถูกแชร์ออกไปทั้งวงการประกัน ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีการย้ายกรมธรรม์ไปบริษัทอื่น ข้อมูลอุบัติเหตุในอดีตที่บันทึกไว้ก็จะถูกโอนไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไหนก็สามารถแชร์ข้อมูลของชั้นกรมธรรม์และส่วนลดต่างๆ ได้ แต่ประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลพื้นฐานแบบนี้
แค่เปลี่ยนบริษัทประกันก็จะได้ชั้นกรมธรรม์ใหม่ สามารถเริ่มทำประกันได้แบบไม่เคยมีประวัติมาก่อน แบบนี้เราไม่ถือว่าเป็นการค้าประกันที่ดี ถ้าหากบริษัทประกันไม่สามารถเรียกเก็บค่าประกันที่เหมาะสม ตลาดโดยรวมก็จะไม่มีรายได้ และทำให้ค่าประกันถูกลง ถ้าหากเป็นแบบนั้นลูกค้าก็จะเสียประโยชน์ ถ้าหากระบบประกันพังไปแล้ว ก็จะส่งผลถึงการใช้รถยนต์อย่างแน่นอน การทำให้ระบบประกันแข็งแกร่งคือหัวข้อที่สำคัญสำหรับประเทศไทยต่อจากนี้

บริษัทแถวหน้าจึงต้องทำตัวให้เป็นผู้นำ
ถูกต้องครับ การที่ออกกฎมาแบบกำกวม กฎเกณฑ์ในการตั้งบริษัทประกันตํ่าเกินไป ก็จะทำให้มีบริษัทที่ไม่ว่าจะราคาถูกหรือบริการแย่แค่ไหนก็สามารถดำเนินกิจการได้ แต่สำหรับบริษัทของเราในตอนนี้ก็อยู่ในอันดับที่ 25 ของการจัดอันดับบริษัทประกันในประเทศไทย เราได้วางแผนเอาไว้ในอนาคตว่าจะก้าวเข้าสู่ท็อปเท็นให้ได้ แล้วเราก็จะชักชวนบริษัทระดับผู้นำตลาด มาช่วยกันตั้งระบบที่จะทำให้วงการประกันนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สำหรับประเทศไทยเรื่องการวางระบบยังถือว่าอ่อนด้อยอยู่แต่ในอนาคตแล้วก็เป็นตลาดที่มีความเป็นได้ได้สูงเลยทีเดียว

การบริหารจัดการต่างจากที่สิงคโปร์อย่างไร
ความแตกต่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อจะทำงานอะไร คนสิงคโปร์มักจะโต้เถียงกันหลายครั้งจนกระทั่งได้ข้อสรุป เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ทุกคนก็จะทำตาม แต่เทียบกับประเทศไทยแล้วจะมีความล่าช้ามาก เป็นการแสดงให้เห็นถึงลักษณะประจำชาติ สำหรับคนสิงคโปร์จะมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีความสามารถในการทำงานสูงกว่าคนญี่ปุ่นเสียอีก สำหรับประเทศไทยซึ่งข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ จะมีลักษณะความคิดต่างออกไปจากสิงคโปร์ การเรียนรู้สภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศก็สำคัญ
ลักษณะประจำชาติที่ต่างออกไปทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารใหม่ สำหรับคนไทยที่ไม่ชอบพูดคุย ก็ต้องเปลี่ยนการประชุมให้มีวันที่แน่นอน ยกเลิกการประชุมที่ไม่จำเป็นในตอนนั้น และให้เวลาทำงานมากขึ้น การประเมินผลอาจจะยากอยู่บ้าง แต่การที่บริษัทมีการเติบโตก็คิดว่าคงจะมีผลบ้างไม่มากก็น้อย

แล้วประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง
เหมือนสิงคโปร์คือไม่ได้ลำบากอะไร ค่าครองชีพก็ตํ่า ลูกของผมไปโรงเรียนที่ญี่ปุ่นจึงไม่ได้ตามมาอยู่ด้วย ก็มีแต่ผมกับภรรยาสองคน

ย้อนกลับไปดูผลงาน 1 ปีที่ย้ายมาอยู่เมืองไทย
อาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทที่สิงคโปร์เป็นการร่วมทุนกับบริษัทท้องถิ่น ทำให้สี่ปีของผมที่นั่นเป็นการทำงานที่ต้องประสานงานกันเป็นส่วนมาก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก
การทำหน้าที่บริหารบริษัทท้องถิ่นก็ไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่ว่าในแต่ละประเทศก็จะมีวัฒนธรรม ธรรมเนียมที่ต่างกันออกไป จึงจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ที่มีมาเพื่อใช้กับการทำธุรกิจในไทย อาจจะมีความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่โชคดีที่ทีมงานมีแต่คนเก่งๆ ผมจึงคิดแผนเอาไว้ว่า ต่อไปจะรวบรวมบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อพัฒนาบริษัทให้เติบโตขึ้น และถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องตัวบุคคล แต่เรื่องคุณภาพและการบริการจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน