Shinkin Central Bank 「กลยุทธ์แบบโกลบอลทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น」Seita Naoto

「กลยุทธ์แบบโกลบอลทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น」

《โปรไฟล์》
ผู้อำนวยการสำนักงานประจำกรุงเทพฯ
Seita Naoto
■เกิดเมื่อปี 1976 ที่จังหวัดคานางาวะ
ในปี 2000 หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Nihon แล้วจึงเข้าทำงานในธนาคาร แผนกบริหารทั้งสาขาใหญ่และสาขาย่อย จนกระทั่งเข้ารับตำแหน่งปัจจุบันในปี 2017
■คำคมที่ชอบ:หักห้ามใจ
■บุคคลที่เคารพ:Ninomiya Takanori
■งานอดิเรก:อเมริกันฟุตบอล ชมการแข่งรถ ฟังเพลง
■การใช้เวลาวันหยุด:กอล์ฟ หาอาหารอร่อยๆ รับประทาน
■ร้านประจำในกรุงเทพฯ:Yakiniku Reimen Yamato / Nonki-ya / Sunder Beef / Tonkatsu Katsukura / Wagyu Samurai


บริษัท SMEs ของญี่ปุ่นมีความต้องการมากน้อยแค่ไหนที่จะขยายการลงทุนมายัง ASEAN

สำหรับประเทศญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาขาดแรงงานเนื่องจากสังคมผู้สูงอายุและเด็กเกิดน้อย ก็เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหดตัว ขณะที่ตลาดของประเทศใน ASEAN ซึ่งมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนั้นใหญ่มาก จึงมีความต้องการที่จะขยายการลงทุนมายังภูมิภาคแถบนี้เป็นอย่างมากครับ และสำหรับประเทศไทย การเข้ามาลงทุนของภาคการผลิตก็ลดลง ส่วนภาคการบริการอย่างเช่นธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีเป้าหมายเป็นลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางและสูงมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ แต่เนื่องจากเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้มีหลายบริษัทเริ่มพิจารณาที่จะย้านฐานการผลิตจากจีนมาไทย เพราะถือว่าเป็นประเทศที่มีซัพพลายเชนที่ดี

ไม่เพียงแค่ประเทศใน ASEAN เท่านั้น การออกไปลงทุนในต่างประเทศเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบริษัทญี่ปุ่น ในทางกลับกันเราก็พอจะได้ยินเรื่องปัญหาและความยากลำบากของบริษัทที่เข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆ มาบ้าง การไปลงทุนในต่างประเทศจึงไม่ได้มีแต่เรื่องที่ดีเสมอไป เราจึงต้องทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนคนที่อยู่ในพื้นที่ให้สามารถดำเนินกิจการได้ต่อไป

หน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานประจำกรุงเทพฯ มีอะไรบ้าง

หลักๆ ก็จะเป็นการสนับสนุนลูกค้าของธนาคารที่จะเข้ามาลงทุน หรือลูกค้าที่เข้ามาลงทุนแล้ว โดยรูปธรรมก็คือให้การสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและการเงิน รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เพื่อนำเสนอลูกค้า และเป็นตัวกลางกับธนาคารท้องถิ่นที่ร่วมมือกับเราเพื่อสนับสนุนเรื่องเงินทุน ธนาคารที่ร่วมมือกับเรา นอกจากธนาคารกรุงเทพ แล้ว ในประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ก็มีธนาคารที่ร่วมมือกันและมีเจ้าหน้าที่ของเราประจำอยู่ โดยจะทำงานร่วมกับธนาคารเหล่านั้นและสนับสนุนบริษัทที่ต้องการเข้าไปลงทุนในประเทศนั้นๆ ด้วย

โดยเฉพาะหลายปีที่ผ่านมานี้ เราเน้นการจับคู่ทางธุรกิจเป็นพิเศษ ธนาคารของเรามีเครือข่ายธนาคารสินเชื่อที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าอยู่ทั่วประเทศ จึงสามารถทีจะแนะนำบริษัทในภูมิภาคต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการได้ ไม่เพียงแต่จะแนะนำจับคู่บริษัทในภูมิภาคเดียวกันเท่านั้น แต่ยังสามารถแนะนำการจับคู่บริษัทที่มีความแตกต่างกันได้ตรงตามความต้องการ เหล่านี้ถือว่าเป็นจุดแข็งของเรา

อีกทั้ง ธนาคารของเราจะมีการจัดสัมมนา ‘สมาคมธนาคารสินเชื่อ’ ขึ้นปีละสองครั้ง เพื่อสร้างเครือข่ายในกลุ่มลูกค้า ปีนี้ เราจัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์นับเป็นครั้งที่ 12 มีบริษัทห้างร้าน 149 บริษัท และ บุคคลธรรมดาอีก 205 คนเข้าร่วมด้วย ในงานมีการจับคู่ธุรกิจและกระชับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ในปัจจุบัน มีลูกค้าของเราเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเกือบ 700 บริษัท เรามีการติดต่อลูกค้าและบริการมากกว่าที่อื่น ทำให้มีฐานลูกค้าที่กว้าง มีหลากหลายประเภทธุรกิจ สามารถนำบริษัทแต่ละภูมิภาคมาพบกันได้ไม่ยาก

มีการจับคู่กับบริษัทท้องถิ่นของไทยอย่างมากเลยนะครับ

เราจับมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และได้จัด ‘งานจับมือผู้ประกอบการท้องถิ่นเพื่อพัฒนาธุรกิจ’ ขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก ความจริงแล้ว หลายปีมานี้บริษัทญี่ปุ่นเองก็มีความต้องการลูกค้าที่เป็นบริษัทไทยเพิ่มมากขึ้น ในวันงาน มีบริษัทญี่ปุ่น 29 บริษัท และบริษัทไทย 28 บริษัท มีการเจรจาการค้าระหว่างกันถึง 72 ครั้ง นับว่ามีความต้องการที่จะจับคู่เจรจาการค้าผ่านงานนี้อย่างแท้จริง ทำให้รู้สึกภูมิใจมากครับ
เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เราก็ได้จัดงานเจรจาการค้าร่วมกับสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น การร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐที่จัดให้เป็นเวทีเจรจาการค้าได้แบบนี้ก็น่าจะมีแต่เราเท่านั้น

เข้ามารับตำแหน่งได้ 2 ปีแล้ว

ตอนแรกที่มาไทย อาจจะเป็นเพราะเป็นการทำงานที่ต่างประเทศครั้งแรก ต้องขอยอมรับว่ามีความสับสนมาก ถึงแม้ว่าจะเคยมาเที่ยวแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม แต่พอเป็นการทำธุรกิจแล้วก็จะต่างออกไป เพียงแต่ว่า พอเริ่มอยู่ไปได้สักพักก็พบว่า อาหารญี่ปุ่นมีให้เลือกมากมาย แทบจะไม่มีเรื่องยากลำบากอะไรเลย หากไปงานตามประเทศรอบๆ แถบนี้ก็จะรู้ว่ากรุงเทพฯ มีความพรั่งพร้อมทุกอย่าง

ตอนนี้ผมดีใจที่ได้มาทำงานที่นี่ ตอนที่ยังอยู่ญี่ปุ่นก็คิดแต่ว่าน่าจะทำงานแค่ในญี่ปุ่น เพราะความที่ต้องติดต่อแต่ธนาคารสินเชื่อ แต่พอมาประเทศไทยและได้พูดคุยกับบริษัทที่ต้องการเข้ามาลงทุนแล้ว ก็เห็นว่าบทบาทของเราไม่ได้มีแต่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น การทำธุรกิจในหลายๆ ประเทศเป็นการขยายความเป็นไปได้ของบริษัท ผมเข้ามาทำงานที่นี่เพราะคิดว่า ‘ถึงแม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่เราก็อยากช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ที่มีจำนวนกว่า 99% ของบริษัทในญี่ปุ่นให้พัฒนาไปได้อีกขั้น’ การรับตำแหน่งในตอนนี้ก็นับว่าเป็นโอกาสที่จะได้ทำให้สิ่งที่คิดไว้เป็นความจริง ถ้าหากทำงานโดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างรอบคอบ และทีละเล็กละน้อย แต่ให้ช่วยเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ

คุณเซตะ (ซ้ายสุด) และคุณอิโต (ขวาสุด) ซึ่งย้ายมาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา