Category

“ครองตลาดบริษัทรับก่อสร้างบ้านเดี่ยวอันดับ 1”

แผนกก่อสร้างที่อยู่อาศัยของเซกิซุย เคมิคอลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘เซกิซุย ไฮม์’ บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ได้ร่วมทุนกับสยาม ซีเมนต์ กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของไทย นับเป็นครั้งแรกที่ออกไปรับออเดอร์สร้างบ้านในต่างประเทศ

Managing Director
Fujiwara Masaya
ประวัติ
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวาเซดะในปี 1985 มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจการก่อสร้างและขายบ้านและห้างร้านจึงได้รับมอบหมายให้ไปทำงานต่างประเทศ ปัจจุบันรับตำแหน่งประธานบริษัทร่วมทุนกับSCG
หนังสือเล่มโปรด : งานเขียนของ Umehara Takeshi และหนังสือเกี่ยวกับศาสนาพุทธ
งานอดิเรก : เล่นเบส ชมการแข่งฟุตบอลของยุโรป เหล้าสาเกของญี่ปุ่น
ร้านที่ไปบ่อยในกรุงเทพ : Hamaoka
นาฬิกาเรือนโปรด : Grand SEIKO Automatic
เว็บไซต์ที่เข้าชมและใช้ประโยชน์บ่อยๆ : HARVEYROAD WEEKLY , Bank of Japan Report , NNA

การรับก่อสร้างบ้านเดี่ยวในต่างประเทศเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนทำ
อาจจะเพราะเราเป็นธุรกิจท้องถิ่นด้วย ซึ่งในปี 2009 ตอนที่เริ่มธุรกิจรับสร้างบ้านในประเทศไทยผมรู้สึกแปลกใจมาก อย่างที่ทราบ บริษัทของเราสร้างบ้านด้วยวิธีการต่อโครงข้อแข็งแล้วจึงตั้งเสาและคานให้เป็นรูปกล่อง ส่วนต่างๆ ของบ้านแทบจะทั้งหมดถูกสร้างในโรงงานแล้วนำมาต่อกัน คิดว่าการนำ ‘ฝีมือช่าง’ ที่ใช้ในญี่ปุ่นออกมาใช้ต่างประเทศด้วย น่าจะมีแค่บริษัทเราเพียงที่เดียว

บ้านของไทยมีปัญหาหลายอย่าง
วิธีการสร้างบ้านอยู่อาศัยในประเทศไทย เป็นวิธีการใช้อิฐและบล็อกซีเมนต์ต่อกัน ซึ่งกว่าจะสร้างเสร็จทั้งหลังก็ใช้เวลาเป็นปี แต่ถ้าเป็นวิธีการต่อชิ้นส่วนแบบที่บริษัทของเราเชี่ยวชาญ ก็จะได้บ้านที่มีคุณภาพสูง (สามารถคงคุณภาพไว้ได้กับทุกที่) เป็นระบบที่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของการสร้างบ้านในประเทศไทยได้ ทั้งระยะเวลาการก่อสร้าง สภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัย คุณภาพสิ่งก่อสร้าง และบริการต่างๆ

ผลที่ได้เป็นอย่างไรบ้าง
ตั้งแต่ตั้งโรงงานในปี 2013 ต่อมาก็เริ่มการขาย จนในปัจจุบันเราครองตลาดได้เป็นอันดับที่ 1 แล้ว นอกจากกำแพงที่สามารถเก็บหรือกั้นเสียงได้ดีแล้ว เราก็ยังมี ‘ระบบถ่ายเทอากาศ 24 ชั่วโมง’ ที่ขายดีในกรุงเทพฯ ที่มีปัญหาเรื่องอากาศเป็นพิษ และการที่เราเป็นพาร์ทเนอร์ของกลุ่มทุนชั้นนำของไทยอย่าง SCG ก็ได้รับความเชื่อถือตั้งแต่แรก
ในขณะเดียวกัน เราก็เน้นในเรื่องการบริการด้วย หลังจากที่ส่งมอบบ้านไปแล้วก็ยังมีประกันและการประเมินให้เป็นอาฟเตอร์เซอร์วิส พอลูกค้าเริ่มมีการบอกต่อกันเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพของเราก็มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาเราก็มีการต่อรองขอความร่วมมือจากผู้ผลิตเพื่อลดต้นทุนลง เพื่อที่จะได้ขยายตัวไปยังตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก

ได้จับมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง SIAMESE ASSET
เป็นการบ่งชี้ว่าต่อไปเราก็จะสามารถรองรับลูกค้านิติบุคคลที่ต้องการลดต้นทุน และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์มากกว่า ในปัจจุบันเรามีโครงการสร้างที่อยู่อาศัย Siamese KIN ซึ่งมีจำนวนถึง 107 หลัง ที่ใกล้ๆ ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา และโครงการนี้ก็เป็นโมเดลธุรกิจที่เราคิดเอาไว้แต่แรก นับว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของเรา เป็นที่ยินดีเป็นอย่างมากที่มีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ชื่นชอบในคุณภาพการสร้างบ้านของเรา

ใกล้จะเป็นธุรกิจท้องถิ่นโดยสมบูรณ์แล้ว
คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย เพราะกว่าจะมาถึงปัจจุบันนี้ก็ไม่ราบรื่นเท่าไหร่ ในประเทศที่มีการก่อสร้างแบบนํ้าผสมปูนเป็นหลักนี้ วิธีการของเราต่างออกไปโดยใช้การก่อสร้างในโรงงานแล้วจึงนำไปประกอบ ที่สถานที่จริง จึงจำเป็นต้องมีช่างที่มีฝีมือ สามารถคิดวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่สุด เราจึงตั้งโรงงานเพื่อฝึกช่างฝีมือขึ้นมาเพื่อสอนเทคนิคต่างๆ แน่นอนว่าเทคนิคเหล่านั้นไม่สามารถเก่งได้ในวันเดียว คิดว่าคงต้องให้เวลานานหน่อย

มาประจำที่ประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง
คราวก่อนมาเมื่อปี 2009 ~ 2011 เป็นการมาเพื่อสตาร์ทอัพ เป็นครั้งแรกที่รับหน้าที่ดูแลบริษัทร่วมทุนต่างชาติจึงมีปัญหาและความยากลำบากมากมาย ทั้งเรื่องความต่างทางวัฒนธรรมของประเทศและการทำธุรกิจ จึงต้องไม่ลืมที่จะให้ความเคารพต่อคนไทยและวัฒนธรรมไทยเสมอ สิ่งที่ไม่เคยมีในประเทศนี้ก็พยายามประยุกต์ให้เข้ากับท้องถิ่น
ในเรื่องของชีวิตส่วนตัว อาจจะเป็นเพราะมาคนเดียว ครอบครัวไม่ได้ติดตามมาด้วย เพื่อเป็นการออกกำลังกายในช่วง วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ก็จะไปเล่นกอล์ฟมากกว่าตอนอยู่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังชอบเล่นกีตาร์เบส ซึ่งเล่นประจำมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่

แผนการหลังจากนี้
มีเป้าหมายไว้ว่าจะทำที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและอยู่สบายให้กับคนไทยตลอดไป และประเทศไทยก็ได้เข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุแล้ว จึงคิดว่าจะเอาเทคโนโลยีพื้นแข็งพื้นอ่อนที่ญี่ปุ่นเป็นผู้นำการผลิตเข้ามาใช้ เพื่อเสริมด้านสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้มีค่ามากขึ้นไปอีก

บ้านตัวอย่างที่ CDC เมื่อปี 2011 เป็นบ้านที่กันแสงยูวี และทนทานการกัดกร่อนของนํ้าฝนทำให้ด้านนอกดูสวยงามตลอดเวลา