SAHA KOMEHYO – 「อยากปลูกฝัง “วัฒนธรรมการใช้ของ Re-use” ในประเทศไทย」

《โปรไฟล์》
マネージングダイレクター
Takeo Hideo
ทาเคโอะ ฮิเดะโอะ
■เกิดเมื่อปี 1977 บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดมิเอะ หลังจากที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Aichi แล้วได้รับปริญญาโทด้านการบริหาร (MBA) จากมหาวิทยาลัย Globis เข้าทำงานที่โคเมะเฮียวเมื่อปี
2000 และในปี 2015 ก็ได้เริ่มเข้ามารับผิดชอบการรุกตลาดต่างประเทศไปยังฐานที่มั่นทางธุรกิจอย่างฮ่องกง พร้อมกับรับหน้าที่กรรมการบริหารบริษัท และตั้งแต่ปี 2018 ได้เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทSAHA KOMEHYO
■คำคมที่ประทับใจ:ทุกสิ่งคือประสบการณ์
■หนังสือที่ชอบ:หนังสือเกี่ยวกับด้านธุรกิจที่เขียนโดย Toyama Kazuhiko
■งานอดิเรก:วิ่งมาราธอน, ท่องเที่ยว
■การใช้เวลาว่างในวันหยุด:ไปโรงเรียนสอนมวยไทย


เปิดสาขาแรกที่ประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว…

ใช่ครับ การเปิดร้านครั้งนี้รุดหน้าไปด้วยดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ครับ ก่อนหน้าที่จะมาเปิดหน้าร้านที่ประเทศไทยเราได้เปิดศูนย์รับซื้อขายส่งมาก่อน แต่การจัดหาสินค้าที่ยังมีสภาพดีเป็นจำนวนมากนั้นเป็นไปได้ยากครับ

ทางเราให้บริการขายสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อาทิ Hermès, Louis Vuitton, Rolex, Patek Philippe ฯลฯและยังมีบริการรับซื้อซึ่งก็ไปได้สวยเช่นกันครับ

เกี่ยวกับการขยายสาขาเพิ่มหลังจากนี้…

ในตอนนี้เรามีกำหนดการจะขยายสาขาเพิ่มประมาณ 1-2 ร้านครับ สำหรับทิศทางในอนาคตเราจะดำเนินธุรกิจพร้อมทั้งร่วมมือกับสหกรุ๊ปซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนของเราต่อไป

ร้านหลักสาขาแรกในประเทศไทยที่เพิ่งเปิดไปนั้นตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีทั้งบริการรับซื้อและขายสินค้าแบรนด์เนม โดยในกลุ่มเป้าหมายของเรานอกจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อซึ่งรวมไปถึงกลุ่มคนชั้นสูง (High Class)ที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านก็ยังมีนักท่องเที่ยวจีน 10 ล้านคนมาใช้บริการอีกด้วย 

เรียกได้ว่าการท่องเที่ยวในประเทศนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก และสิ่งที่เกินจากความคาดหมายก็คือ มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นมาใช้บริการทั้งๆที่ไม่ได้ประกาศให้ทราบด้วยครับ

ตลาดของ Re-use ในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง?

ถ้าพูดถึงตลาดขายสินค้าแบรนด์เนม Re-use แล้ว ผมคิดว่าหลังจากนี้ก็จะน่าเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆที่ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเน้นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อที่มักจะเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมหลายชิ้นแล้ว ความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ยังทำให้“ความคิดในการใช้ของ Re-use” นั้นซึมซับไปสู่สังคมมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้เองผมจึงคิดว่าตลาดจะขยายขึ้นไปอีกแน่นอนครับ อีกทั้งกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางที่เพิ่มมากขึ้นก็จะมาซื้อของ Re-use ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดกันมากขึ้น สินค้าแบรนด์เนมก็จะมีการใช้อย่างแพร่หลายเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

การที่เราดำเนินธุรกิจภายใต้จุดมุ่งหมายที่ว่าจะต้องทำให้สินค้าแบรนด์เนมมีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นและต้องการให้วัฒนธรรมการใช้ของ Re-use แทรกซึมไปสู่สังคมมากขึ้น

ทำให้ศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเรานั้นสูงขึ้นตามไปด้วย

ความรู้สึกลังเลในการรับซื้อ?

สิ่งที่ “KOMEHYO” ให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือความสามารถในการให้บริการลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าที่นำสินค้ามาที่ร้านได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ประเมินราคาอย่างเพลิดเพลินก่อนกลับ

ดังนั้นสิ่งที่จะเติมเต็มความสามารถดังกล่าวให้กับบริษัทของเราคือการฝึกอบรมผู้ประเมินราคา 

สำหรับสถานที่รับซื้อ (Private Room)นั้นมีการตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกหรูหราราวกับโรงแรมและจะทำให้การพูดคุยเป็นไปอย่างสบายๆ

สำหรับสาขาในกรุงเทพฯ ถึงแม้ว่าห้องจะตั้งอยู่ที่เดียวกับออฟฟิศของบริษัทแต่ถ้าหากมีการจองล่วงหน้าจากเว็ปไซต์ เมื่อลูกค้ามาถึงสตาฟของเราจะไปต้อนรับลูกค้าที่บริเวณชั้น1 หลังจากนั้นก็จะนำทางลูกค้าไปยังห้องสำหรับทำการประมูลและรับซื้อแบบส่วนตัว หากที่บ้านของท่านมีสินค้าแบรนด์เนมที่ไม่ได้ใช้แล้ว เชิญแวะเวียนมาที่ร้านเราได้ครับ

มั่นใจในสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่หน้าร้าน

ถึงแม้ว่าจะใช้เทคนิคเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น แต่เมื่อรับซื้อสินค้ามาแล้วจะไม่นำออกมาตั้งโชว์ในทันที เช่น ที่ญี่ปุ่นสิ่งแรกเลยก็คือการนำสินค้าที่รับซื้อมารวมกัน ไม่ใช่แค่ตรวจสอบสภาพเป็นครั้งที่สอง แต่หลังจากดำเนินการทำความสะอาดและดูแลรักษาแล้วก็จะกระจายสินค้าไปยังร้านที่จัดจำหน่ายทั่วประเทศ วิธีการกระจายสินค้าเองก็ดำเนินการตามนโยบายที่ว่า “ขายสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุด ในราคาที่เหมาะสมที่สุด ณ สถานที่ๆเหมาะสมที่สุด”

มีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากทั้งร้านสาขาหลักและร้านสาขาในต่างประเทศ

จนถึงตอนนี้เราได้เปิดกิจการร้านที่กินซ่าซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ร้านสาขาหลักที่ญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็ได้เปิดร้านสาขาแห่งแรกที่ประเทศจีน และตามมาด้วยที่ประเทศไทยครับ

ครั้งนี้เราได้มีโอกาสร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์กับสหกรุ๊ป โดยได้เจรจาการร่วมลงทุนด้วยกัน ทำให้นี่เป็นการเปิดร้านสาขาในต่างประเทศครั้งแรกในนามของร้าน “KOMEHYO” ครับ

การใช้ชีวิตในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง

เนื่องจากครอบครัวผมย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ประเทศไทยจึงทำงานได้อย่างไร้กังวล บริษัทของเราเปิดกิจการมากว่า 72 ปีแล้ว

จุดแข็งก็คือความชำนาญในการตรวจสอบสิ่งของและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ การควบคุมคุณภาพและสไตล์การให้บริการลูกค้า

แต่เป้าหมายสูงสุดก็คือการวางแผนขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามือสอง ในขณะเดียวกันก็มุ่งสร้างสังคมที่เน้นการรีไซเคิลเป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยคิดว่าจะเริ่มใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ตั้งหลักในการขยายไปสู่สมาคมอาเซียนทั้งหมดครับ

KOMEHYO สาขาแรกในกรุงเทพฯที่เปิดให้บริการที่เซ็นทรัลเวิลด์