NUSASIRI ー บริษัทที่พลิกวิกฤติเศรษฐกิจให้เป็นโอกาสแล้วสร้างแบรนด์ในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมา

บริษัทที่พลิกวิกฤติเศรษฐกิจให้เป็นโอกาสแล้วสร้างแบรนด์ในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมา

Chairman / CEO
Visanu Thepcharoen
คุณวิษณุ เทพเจริญ


ในปัจจุบันบ้านพักอาศัยหรือตึกสำนักงานระดับลักซ์ชัวรี่ได้รับความนิยมโดยทั่วไป แต่สำหรับ NUSASIRI ถือเป็นผู้เริ่มต้นอสังหาริมทรัพย์ระดับนี้ก่อนใคร โดยเริ่มจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดจนกระทั่งเป็นบริษัทชั้นนำในปัจจุบัน ทางเราได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ คุณวิษณุ เทพเจริญ ถึงเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันมีการขยายตลาดไปทั่วประเทศเลย

NUSASIRI ก่อตั้งมาได้นับจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 22 แล้ว เราเริ่มธุรกิจจากจังหวัดอุดรธานี ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และเมื่อเกิดวิกฤติทางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี 1997 และทำให้ประเทศไทยต้องพบกับวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 1999 ค่าเงินของประเทศต่างๆ ในเอเชียตกตํ่าลงอย่างเป็นประวัติการณ์ เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียเริ่มจากประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก ทำให้บริษัทต่างๆ พากันล้มละลาย มีการนำทั้ง บ้าน ที่ดินและตึกอาคารสำนักงานออกขายมากมาย จึงเป็นโอกาสของเราที่สามารถเข้าซื้อได้ในราคาถูก และนำมาปรับปรุงเพื่อเพิ่มมูลค่าแล้วขายต่อในราคาที่สูงกว่าเดิมได้

การที่ไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นหลุดลอยไปจึงทำให้เราประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจแบบสวนกระแสในระหว่างที่เศรษฐกิจกำลังยํ่าแย่ พิสูจน์ให้ถึงศักยภาพของเรา ทำให้ได้รับความไว้วางใจและสนับสนุนจากธนาคารเป็นอย่างมาก บริษัทจึงสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ให้ความสำคัญกับการบริหารอย่างไรบ้าง

เนื่องจากเราเริ่มต้นด้วยการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ในช่วงที่เกิดวิกฤติ ทำให้บริษัทขาดเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่พอธุรกิจเติบโตได้ในระยะหนึ่งก็เริ่มสร้างตึกอาคารของตัวเอง ทำให้สามารถสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองได้ และในปัจจุบัน แต่ละยูนิตเราขายในราคาไม่ตํ่ากว่าสิบล้านบาท โดยมีเป้าหมายคือลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่ต้องการซื้อแบรนด์พรีเมียมเท่านั้น และเราก็ยังตอบโจทย์ให้ลูกค้าอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร ข้อนี้ทำให้เราได้รับความนิยมกลับมาเป็นอย่างมาก แต่ในด้านการทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องมีทั้งส่วนที่เป็นราคาปกติ และราคาพรีเมียม เพื่อรองรับลูกค้าได้หลายกลุ่ม

อีกทั้ง ตัวผมเองก็ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้กับพนักงานมาก พนักงานที่นี่ทุกคนต้องเข้ารับการอบรมสัมนาอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อปี เพื่อพัฒนาความสามารถและความรู้ ซึ่งการอบรมก็จะต่างกันไปตามหน้าที่และแผนกงานที่รับผิดชอบอยู่ เช่น มีคอร์สสอนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หลังเลิกงานสำหรับคนที่สนใจก็สามารถลงสมัครเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย การทำแบบนี้จะทำให้ผู้บริหารมองเห็นถึงความกระตือรือร้นและความเอาใจใส่ต่องานที่รับผิดชอบของพนักงานแต่ละคนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผมคิดว่าการที่พนักงานทำงานอย่างมีความสุข จะเป็นกำลังให้กับบริษัท และการทำสภาพแวดล้อมให้พนักงานมีความสุขนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหาร ถือเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

มองเห็นปัญหาสังคมในอนาคต

ในปัจจุบันโครงการที่พระรามสอง พัทยา และโคราช ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมืองซึ่งมีอากาศดีจะมีคลินิกเล็กๆ อยู่ในคลับเฮาส์ด้วย และทุกๆ ยูนิตก็จะมีเนิร์สคอลเพื่อเรียกแพทย์หรือพยาบาลยามฉุกเฉิน ไอเดียนี้ผมได้มาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำด้านการบริบาลผู้สูงอายุ ประเทศไทยเองก็เริ่มเข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงวัยเหมือนญี่ปุ่น ผมเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะเมื่อแก่ตัวแล้วไม่อยากจะเป็นภาระของลูกหลาน และการที่ได้เข้าไปอยู่ในสังคมที่มีผู้สูงอายุเหมือนกัน ทำให้มีเพื่อนมีสังคม มีคลินิกคอยดูแลใกล้ๆ ลูกๆ ก็ไม่ต้องเป็นห่วง จึงคิดว่าอยากจะให้โครงการของผมได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับสังคมครับ

มีงานอดิเรกที่เยี่ยมยอด

ถ้าหากมีเวลาในวันหยุดผมจะไปขับเครื่องบินครับ เพราะเป็นคนที่ชอบท้าทายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และผมก็ชอบที่จะออกไปช้อปปิ้งและรับประทานอาหารนอกบ้าน และเป็นการออกไปดูโครงการของตัวเองและค้นพบไอเดียใหม่ๆ อีกด้วย วันหยุดของผมก็เหมือนไม่ไช่วันหยุด เพราะต้องไปดูงานของตัวเองตามที่ต่างๆ และผมก็มีความสุขกับงานตลอด คิดแต่เรื่องงาน การออกนอกบ้านทำให้ผมได้พบปะพูดคุยกับผู้คน ผมคงจะเป็นคนขี้เหงาครับ

วันว่างกับคุณศิริญาภรรยา และหลานสาว

02-030-1399
12 A Fl., Charn Issara Tower 2 Bldg., New Petchaburi Rd., Bangkok 10310
www.nusasiri.com
ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
My Ozone Khaoyai ท่ามกลางสนามกอล์ฟ 18 หลุม และทิวทัศน์อันสวยงาม พร้อมด้วยคลินิกการแพทย์ที่ทันสมัย