NTT DATA Management Center 「อยากจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อใช้ในระดับโลก」 Morosumi Masaki

「อยากจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อใช้ในระดับโลก」

《โปรไฟล์》
Asian Business Sector Chief หัวหน้าภาคธุรกิจอาเซียน
Morosumi Masaki
โมโรสึมิ มาซากิ
■เกิดในปี 1979 จังหวัดโตเกียว หลังจากจบการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยวาเซดะ ได้มีโอกาสมาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการบัญชีที่บริษัท Accenture และ Deloitte Tohmatsu Consulting เป็นเวลา 11 ปีที่ ก่อนเข้าร่วมงานกับ NTT Data Management Center ในเดือนสิงหาคม 2015 และดำรงตำแหน่งปัจจุบันเป็นต้นมาตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2019
■คติประจำใจ:“ไม่มีการหวนกลับ” และ “ความภักดีชนะความพยายาม”
■หนังสือเล่มโปรด:The Lean Startup, ZERO to ONE, Android Lady no Kiss wa Amai no ka
■บุคคลที่เคารพ:บิดา มารดา
■งานอดิเรก:บาสเกตบอล, ท่องเที่ยว
■เวปไซต์ที่ชอบ:NNA ASIA, PAYMENT NEWS, Mobile Payments Today
■การใช้เวลาว่างในวันหยุด:เล่นบาสเกตบอล, เรียนภาษาไทย
■ร้านที่ไปประจำในกรุงเทพ:Event Space 4U, Snack&Bar ChihiroBKK shop, Myeong Dong


NTT Data Management Center ทำหน้าที่สนับสนุนธุรกิจของลูกค้าอย่างครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการพัฒนารวมทั้งการทำตลาดในฐานะบริษัทที่ปรึกษา และในเดือนเมษายนของปีนี้ ฝ่ายธุรกิจอาเซียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ส่งเสริมธุรกิจโลกได้ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่และพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ และนี่ก็คือบทสัมภาษณ์ของหัวหน้าภาคอย่างคุณ โมะโรสึมิ มาซากิ เกี่ยวกับแผนการในอนาคต

ประเทศไทยมีความได้เปรียบทางสถานที่?

ก่อนหน้านี้มีโอกาสมาที่ประเทศไทยบ่อยเพื่อเข้าประชุมงานขององค์กรระหว่างประเทศ “Asia Payment Network (APN)” ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างระบบการชำระเงินกู้ร่วมกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และได้เป็นประธานคณะกรรมการธุรกิจ APN ตั้งแต่ปี 2014 ปัจจุบันก็ทำงานในเครือข่ายเชื่อมต่อโครงข่ายไร้เงินสดและ ATM และในปีที่แล้วคิดว่าน่าจะใช้เวลาอยู่ที่ไทยมากกว่า 40% เลยครับ

ตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้ เราได้สร้างฐานในกรุงเทพฯเพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับโลก ภูมิภาคอาเซียนถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 650 ล้านคนและมีจำนวนมากกว่ายุโรป จึงเรียกได้ว่าเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีและโดดเด่น ทางเรารู้สึกยินดีถ้าสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาอาเซียนผ่านธุรกิจที่ปรึกษาของเราได้

ดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นไปได้ด้วยดี

ต้องขอขอบคุณทางอิออนธนสินทรัพย์ที่ให้ความไว้วางใจให้เราดูแลโครงการ FinTech และการเปลี่ยนระบบสู่ดิจิทัล โดยโครงการนี้เราจัดประกวดนวัตกรรมแบบเปิดสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพและทีมนักศึกษาโดยเฉพาะ
โดยมีบริษัทและทีมงานซึ่งได้รับคัดเลือกทั้งในและนอกประเทศกว่า100 คน ปัจจุบันเรากำลังดำเนินการโปรเจคที่ได้รับรางวัลให้เกิดขึ้นจริงอยู่

จุดแข็งของเราอยู่ที่การใช้ทรัพยากรของ NTT ตั้งแต่การวางแผนแก้ไขไปจนถึงการพัฒนาใช้จริง นอกจากการขายผลิตภัณฑ์และบริการอย่างครอบคลุมแล้วยังมีความรู้ในสาขาเฉพาะต่างๆ เช่น “การชำระหนี้” “ประสาทวิทยา” และ “ธุรกิจสิ่งแวดล้อม”

ในขั้นตอนแรกจะเริ่มจากสาขาการกู้เงินและการชำระหนี้ซึ่งเป็นความรู้เฉพาะเดิมของผม หลังจากนั้นจะค่อยๆ ขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่นการค้าปลีกและการผลิต นโยบายสาธารณะและการสื่อสาร

ทั้งสองท่านเรียกได้ว่าเป็นบุคคลแรกๆ ที่ถูกกล่าวถึงในวงการชำระหนี้

ไม่หรอกครับ เนื่องจากอาชีพผมนั้นเกี่ยวการชำระเงินเป็นหลักจึงพอมีประสบการณ์อยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีพระคุณอย่างอาจารย์โนบุโอะ โมริตะ

อาจารย์โมริตะเป็นผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในสาขาวิศวกรรมปิโตรเลียม
ตอนที่ผมไปประชุมที่อเมริกาก็รู้สึกประหลาดใจมากที่มีคนเข้าแถวเพื่อจับมือกับอาจารย์ประมาณ 300 – 400 คน
ในเวลานั้นผมเลยคิดว่า “อยากจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อใช้ในระดับโลกเหมือนอาจารย์บ้าง”

ตอนใกล้สำเร็จการศึกษาผมมีทางเลือกคือ “นักบาสสังกัดอาชีพ” “วิศวกรรถยนต์” และ “ที่ปรึกษาด้านการจัดการ”
และสิ่งที่ช่วยให้ผมตัดสินใจได้นั้นก็คือแรงบันดาลใจที่อยากจะเป็นเหมือนอาจารย์โมริตะนั่นเอง
ถ้ามองจากตัวเลือกทั้งสามและเงื่อนไข ‘สามารถมีบทบาทในระดับโลก’ และ ‘เพิ่มระดับความสามารถได้มากในระยะเวลาอันสั้น’ ผมจึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สาขาญี่ปุ่นที่อย่าง “Accenture”

หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสทำงานในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการการชำระหนี้กองทุนยุทธศาสตร์กลยุทธ์ไอทีของพรรคเสรีประชาธิปไตยและได้เป็นวิทยากรในโครงการ”การสร้างระบบการเงินในอนาคตอันใกล้”ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก

แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือ ในตอนนั้นไม่ค่อยมีโอกาสไปทำงานต่างประเทศเท่าไร

นื่องจากเป็นบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศที่มีสาขาอยู่ที่ญี่ปุ่นจึงไม่จำเป็นต้องให้คนญี่ปุ่นไปทำงานในต่างประเทศ
ในทางกลับกัน ตอนนี้ผมรู้สึกพอใจกับบริษัทปัจจุบันมากที่มอบโอกาสให้ผมได้ไปทำงานในสถานที่ต่าง ๆ ในโลกรวมถึงโครงการในยุโรป อเมริกา และเอเชีย

วิสัยทัศน์ต่อจากนี้

เนื่องจากบริษัทแม่ของ NTT DATA ที่กำลังก้าวไปสู่ยุคโลกาภิวัฒน์นั้นเดิมมีสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศที่ 27% ในปี 2017 ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็เพิ่มถึง 50% ส่วนสาขาในต่างประเทศก็ขยายไปยัง 223 เมืองใน 53 ประเทศเป็นที่เรียบร้อย
หากเปรียบเทียบกันแล้ว บริษัทเราปัจจุบันมีสาขาอยู่แค่ในสิงคโปร์และกรุงเทพเท่านั้น ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศในอนาคตให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้จึงมองได้ว่าธุรกิจในกรุงเทพฯจะมีความสำคัญมากขึ้น
เนื่องจากนี่คือครั้งแรกของผมในฐานะผู้จัดการระดับสูงสุดในบริษัท จึงอาจจะทำอะไรไม่ค่อยถูกบ้าง แต่จะขอรับผิดชอบหน้าที่นี้ให้ดีและทำให้สนุกที่สุดครับ

ในอาเซียนเองคลื่นของนวัตกรรมทางการเงินอย่าง fintech จะเป็นที่นิยมมากขึ้น
ซึ่งผมเองก็รู้สึกภูมิใจกับบริษัทนี้ที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง จากนี้ผมต้องสะสมคุณงามความดี ความสำเร็จเพื่อที่สักวันจะได้เข้าใกล้อาจารย์โมริตะที่เป็นแบบอย่างให้ได้มากที่สุดครับ

คุณโมโระสึมิที่มักจะใช้เวลาว่างในวันหยุดกับการเล่นบาสเกตบอลกับชมรมบาสของสมาคมคนญี่ปุ่นแห่งประเทศไทย