JTB (Thailand) LTD.

JTB (Thailand) LTD.

“จะพาบริษัทออกจากกรอบเดิมๆ ของธุรกิจท่องเที่ยว”

JTB ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทระดับแนวหน้าในวงการการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่เหมือนเป็นตัวแทนของญี่ปุ่นมีอายุยืนยาวถึง 100 ปี ในช่วงเวลาที่ FIT (Foreigners Independent Travel) และ OTA (Online Travel Agent ) เป็นกระแสอย่างมากในตอนนี้ เราได้ไปสัมภาษณ์คุณ ทานิ ฮิคารุ ผู้บริหารระดับสูงซึ่งจะต้องนำประสบการณ์เฉพาะตัวมาใช้ในงานที่ท้าทายอย่างการปรับรูปโฉมของบริษัท

 

JTB (Thailand) LTD.

Tani Hikaru

ประวัติ
เกิดปี 1961 ที่จังหวัดคานางาวะ จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยโตเกียวโทริสึ (ชื่อเดิม คือ มหาวิทยาลัยชูโทะ) ปี 1985 เข้าทำงานที่บริษัทด้านการคมนาคม จากนั้นมาทำงานเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัท JTB Communications ปี 2017 จึงรับตำแหน่งเป็นประธานบริษัทของ JTB Thailand
หนังสือเล่มโปรด : Strategic Mind (Omae Ken-ichi)
บุคคลที่เคารพ : Steve Jobs
งานอดิเรก : กอล์ฟ ขับรถแข่ง
รถคันโปรด : UZZ40 / EP82

ได้ยินมาว่าเป็นการได้รับมอบหมายงานอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน

ตอนนี้มาอยู่ประเทศไทยได้ประมาณ 1 ปีครึ่งแล้ว โดยเข้าทำงานที่บริษัทมาตั้งแต่ ปี 1985 แต่ว่าตั้งแต่ปี 1997 ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่บริษัทจัดงานอีเว้นท์ที่ชื่อว่า JTB Communications เป็นเวลาประมาณ 20 ปี ที่ไม่ได้ทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยตรง แต่ในช่วงนั้นก็ได้เข้าร่วมจัดงานกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของโลก 3 อันดับ คือ งาน FIFA world cup ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน และการแข่งขันรถฟอร์มูล่า 1 แต่น่าเสียดายที่ในปี 2008 ไม่มีการจัดงานโอลิมปิกที่โอซาก้า เนื่องจากไปจัดที่กรุงปักกิ่งแทน ในระหว่างนั้น สิ่งที่สัมผัสได้อย่างมาก คือ การขึ้นๆ ลงๆ ของธุรกิจในวงการจัดงานอีเว้นท์ที่รุนแรงมาก อย่างเช่น ในช่วงหลังเวิลด์คัพ ปี 2002 คือช่วง 2003-2004 ผลประกอบการลดลงอย่างมาก ตามมาด้วยงานแฟร์ที่จังหวัดไอจิที่ผลตอบรับไม่ค่อยดีนัก ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก จึงได้พยายามคิดหาวิธีการมาชดเชย และได้เกิดโครงการความร่วมมือกันระหว่างเอกชนกับรัฐบาล หรือ PPP (Public Private Partnership) อย่าง PFI (Private Finance Initiative) ในช่วงแรกมีสมาชิกเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น แต่ต่อมามีสตาฟเพิ่มข้ึนถึง 600 คน คอยบริหารจัดการสถานที่สาธารณะกว่า 40 แห่ง ถ้าเป็นฮอลล์แสดงดนตรี ก็จะมีภารกิจ คือ การวางแผนจัดงานคอนเสิร์ตหรือละคร โดยต้องการเพิ่มผลกำไร แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้เป็นสถานที่ที่มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันในระดับภูมิภาคไปด้วย นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การให้ PFI ทำงานครอบคลุมทั้งการจัดตั้งบริษัทที่มีจุดประสงค์โดยเฉพาะบางอย่าง ซึ่งจะดูแลเรื่องการก่อสรา้งไปจนถึงการบริหารจัดการหลังสร้างเสร็จ

หลังจากเข้ามาทำงานด้านการท่องเที่ยวในรอบ 20 ปี การทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

สิ่งแรกที่รู้สึกตกใจก็คือสภาพที่เหมือนกับการย้อนเวลากลับไปในอดีต การทำงานโดยหลักๆ นั้นไม่แตกต่างจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วเลย วงการการท่องเที่ยวในปัจจุบันมี Online Travel Agent อย่าง Expedia group และ Booking Holdings ครองตลาดอยู่เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นวิธีการจองตั๋วเครื่องบินหรือจองโรงแรมผ่านบริษัททัวร์แบบเมื่อก่อนจึงใช้ไมไ่ด้แล้ว

ภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือการปฏิรูปสินะครับ

มีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นธุรกิจเพื่อการแก้ไขปัญหาโดยนำวิธีการจองการท่องเที่ยวแบบเดิมมาใช้ผ่านเครือข่ายบริษัทในกรุ๊ปเดียวกัน ซึ่งทาง JTB ฝั่งญี่ปุ่นก็ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางไปแล้วเช่นกัน อย่างเช่น ขออนุญาตการจัดงานแสดงสินค้าจากผู้จัดงานที่เกี่ยวข้องกับ Biotechnology หรือ Nanotechnology วางแผนและดำเนินการจัดงาน เนื่องจากเราเป็นตัวหลักในการจัดงาน ทำให้ได้ทำความรู้จักกับทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ที่นำสินค้ามาจัดแสดง โดยที่พักและวิธีการเดินทางเราเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งนี้เป็นจุดแข็งของบริษัทท่องเที่ยว กล่าวได้ว่า ทางเราจะเป็นคนสร้างตลาดที่เปิดโอกาสให้สามารถนำจุดแข็งของเรามาใช้ได้

เข้ารับตำแหน่งเป็นปีที่ 2 แล้ว

การปฏิรูปธุรกิจนั้นไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียว ในตอนนี้สิ่งที่กำลังทำอยู่คือ จัดงานอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว อีกทั้ง JTB Thailand ซึ่งถือว่าเป็นองค์ที่ใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ก็พร้อมไปด้วยการบริหารจัดการที่ดี เราจึงใช้ประโยชน์จากจุดแข็งข้อนี้ในการผลักดันธุรกิจการแก้ปัญหาที่ชื่อว่า MICE นอกจากนี้ ปีที่แล้วเราก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ยี่เป็งล้านนา ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของไทยที่ถูกจัดขึ้นปีละครั้ง โดยโคมลอยจะถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าตอนกลางคืน กลายเป็นภาพที่สวยงาม และเพื่อให้คนจำนวนมากได้สัมผัสงานที่บริษัทของเราจัดขึ้น ทางเราได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานทั้งในการหาที่พักและวิธีการเดินทาง

มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ทำในสิ่งที่สนใจหลายๆ อย่างเลยนะครับ

อาจจะกลายเป็นถกเรื่องทฤษฎี Business model ไปเลย แต่ในท้ายที่สุดแล้ว JTB ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบริษัทการท่องเที่ยว เพราะ JTB Thailand ต้องการจะออกจากกรอบเดิมๆ โดยมีเป้าหมายว่าจะสร้างองค์กรที่คนหลายๆ คนจะมองว่าเป็นบริษัทที่น่าสนใจ

บรรดาทีมงานที่คอยซัพพอร์ตบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น “เราจะสร้างการเดินทางที่น่าตื่นเต้น”