Category

“เขียนแผนที่ในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าเอาไว้”

ทั้งไทยแลนด์ 4.0 เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการพัฒนาระบบรางในเขตกรุงเทพฯ รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง ถือเป็นสัญญาณบอกว่าทั่วทั้งประเทศไทยได้ก้าวมาถึงช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงแล้ว และผู้ที่คอยประคับประคองประเทศไทยมาตลอดเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วก็คือ JICA สำนักงานประเทศไทย ซึ่งเราจะถามถึงอนาคตของประเทศไทยในความคิดของคุณ Tanaka ผู้อำนวยการ JICA สำนักงานประเทศไทย

องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA)

ผู้อำนวยการบริหาร

Tanaka Hiro

ประวัติ
เกิดปี 1966 ที่จังหวัดโอคายามา เมืองทามาโนะ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรมศาสตร์แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็เข้าทำงานที่บริษัทสำรวจแหล่งปิโตรเลียมร่วมทุนระหว่างอเมริกา-ฝรั่งเศส ได้เข้าทำงานที่ JICA ปี 1996 โดยประจำที่สำนักงานประเทศอินโดนีเซีย แล้วย้ายไปแผนกบริหารทั่วไป ศูนย์วิจัย JICA แผนกพลังงานธรรมชาติ จนถึงปัจจุบัน
คติประจำใจ : นํ้าใสใจจริง
หนังสือเล่มโปรด : หนังสือเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจและประวัติศาสตร์
บุคคลที่เคารพ : นักรบสมัยบาคุมัตสึ
งานอดิเรก : ท่องเที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ ตั้งแคมป์แบบรถบ้าน (งดระหว่างอยู่ในประเทศไทย)
ร้านประจำในกรุงเทพฯ : ร้านบะหมี่ใกล้ๆ ที่ทำงาน
นาฬิกาเรือนโปรดหรือกระเป๋า และอื่นๆ : นาฬิกา G-Shock สำหรับวันหยุด และรองเท้าพื้นวีแบรม
รถคันโปรดหรือรถที่ใช้อยู่ : SUBARU LEGACY WAGON
กิจกรรมวันหยุด : ไปฟิตเนส ไม่ก็ทำงาน (ล่วงเวลา) ถ้าว่างก็จะไปตีกอล์ฟ

การทำงานหลักๆ ในปัจจุบัน

มีหลักใหญ่ๆ อยู่สี่หัวข้อด้วยกันก็คือ ให้ความร่วมมือด้านการพัฒนาการคมนาคม พัฒนาและสร้างบุคลากรด้านอุตสาหกรรม การแก้ปัญหาและรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ และวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ โดยเรื่องที่ 1 เรื่องของการคมนาคม เราให้ความร่วมมือและสนับสนุนในด้านทุนทรัพย์สำหรับโครงการพัฒนาระบบรางสายใหม่เพิ่มเริ่มจากในเขตกรุงเทพฯ และระบบรถไฟความเร็วสูง รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่ติดรางรถไฟและภายในของแต่ละสถานี ซึ่งเราให้ความสนใจและต้องการสนับสนุนอย่างเต็มที่
เรื่องที่ 2 การพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรม อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยมีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก โดยอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นบริษัทญี่ปุ่นมากกว่าครึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเสียงเรียกร้องจากบริษัทเหล่านั้นเข้ามาว่า “บุคลากรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีนั้นขาดแคลนทั้งด้านจำนวนและด้านคุณภาพเป็นอย่างมาก” ถ้าเราไม่สนับสนุนบุคลากรทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ประเทศไทยก็จะไม่สามารถคงความเป็นผู้นำทางด้านการอุตสาหกรรมได้อีก

มีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง

เราเตรียมการที่จะตั้ง ‘โรงเรียนมัธยมปลายหลักสูตรเฉพาะทาง’ ขึ้นภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านลาดกระบังและธนบุรี ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แม้ในประเทศไทยจะมีโรงเรียนสอนหลักสูตรวิชาชีพ แต่ก็ยังไม่เคยมีโรงเรียนมัธยมปลายที่สอนหลักสูตรเฉพาะทางเลย จึงถือว่าเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ถ้าหากว่าการนำเอาความแข็งแกร่งของไทยด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิเช่น การผลิตรถยนต์ เครื่องไฟฟ้า เครื่องยนต์เครื่องจักรต่างๆ และการจัดการข้อมูลข่าวสารเหล่านี้มาต่อยอดพัฒนาความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีให้เก่งมากขึ้นก็จะสำเร็จตามเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ และการที่ประเทศไทยได้วางนโยบายเอาไว้ว่าจะไม่เอาแต่พึ่งพาต่างประเทศแต่จะต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ ก็คิดว่าบุคลากรที่สร้างขึ้นมาเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงให้ในอนาคต

เรื่องสังคมผู้สูงอายุในไทยก็น่าเป็นห่วง

ใช่ เรื่องที่ 3 ก็คือการรับมือกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาสังคมผู้สูงอายุเป็นที่หนึ่งของอาเซียนไปแล้ว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยไปถึงจุดนั้น เราจึงนำปัญหาสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นที่เกินจะแก้ปัญหามาเป็นบทเรียน และได้สนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา แต่ที่น่าดีใจก็คือประเทศไทยมีการบริการทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยม ในบรรดาประเทศกำลังพัฒนา ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จเรื่อง Universal Health Care คือประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างเร็วไว และรากฐานทางการแพทย์ก็แข็งแรง ที่เหลือก็คือสร้างระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และเรื่องที่ 4 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ ก็คือชี้แนะให้ลดปริมาณการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมการเติบโตโดยไม่สร้างมลพิษ ก่อนอื่นประเทศไทยเองจะต้องใส่ใจเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาให้ได้ แล้วจึงใช้ประสบการณ์นั้นเผยแพร่ไปยังประเทศใกล้เคียง

ได้ยินมาว่ากำลังทำ ‘โครงการหนึ่ง’ อยู่

ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ มีการพัฒนาการคมนาคมระบบรางอย่างรถไฟฟ้าและรถไฟแล้ว แต่ความจริงมีมาสเตอร์แปลนที่ JICA ของเราให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว ในที่สุดก็ได้ปรากฎขึ้นเป็นรถไฟสายสีม่วง และต่อมาก็มีการก่อสร้างรางรถไฟสายสีชมพู สีเหลือง สีส้ม ตามมาเป็นลำดับ เมื่อประเมินดูแล้วจะเห็นได้ว่ามาสเตอร์แปลนที่วางไว้เกือบจะสำเร็จหมดทุกหัวข้อแล้ว เราจึงวางโครงการใหม่คือ “โครงการสร้างอนาคต 20 ปีข้างหน้า”
1 ปีที่แล้ว ทางรัฐบาลไทยได้ขอให้เราวางมาสเตอร์แปลนใหม่ให้ ทางเรากำลังเตรียมแผนงานต่างๆ อยู่ คิดว่าเดือนมีนาคมนี้ก็คงจะสามารถประกาศแผนโดยรวมได้ และหลังจากนี้ 2 ปี จะทำการสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดต่อไป

ได้รับตำแหน่งในช่วงที่สำคัญมากพอดีเลย

ถูกต้อง การสร้างมาสเตอร์แปลนคราวที่แล้วเป็นการวางรางรถไฟลงบนแผนที่เปล่า แต่คราวนี้จะเป็นการเพิ่มรางรถไฟจากที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีการเจรจาเพื่อประนีประนอมผลประโยชน์ด้านต่างๆ มากมายแต่ก็ถือว่าเป็นงานที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าที่ได้ทำ

มีเป้าหมายมุ่งที่จะแก้ปัญหาการจราจรหนาแน่น

ในปัจจุบันแทบจะทุกคนรับรู้ข่าวสารการจราจรได้ทางโทรศัพท์มือถือได้หมด แต่ที่น่าตกใจก็คือสัญญาณจราจรในกรุงเทพฯ นั้นยังบังคับด้วยมือคนบังคับอยู่ ประเทศไทยเคยมีประสบการณ์ที่ผิดพลาดมาจากการใช้สัญญาณจราจรระบบเซ็นเซอร์ และได้ปฏิเสธที่จะใช้ระบบอัตโนมัติมาตลอด
หนึ่งปีครึ่งมาแล้วที่พวกเราได้ลองทำการทดลองจริงในท้องถนน โดยใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรแบบมือคนบังคับและแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติให้รัฐบาลไทยได้เห็น และปีนี้ก็มีโครงการจะขยายการทดลองจริงให้กว้างออกไปอีก
และถ้าหากโครงการนี้สามารถแก้ปัญหาการจราจรหนาแน่นได้ การเดินทางและการขนส่งก็จะคล่องตัวขึ้น สามารถใช้เวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย และเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนและเติบโตไปพร้อมประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นคู่ค้าของญี่ปุ่นอย่างเต็มที่

กล่าวถึงการเพิ่มระดับการให้ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-ไทยในงานอีเว้นท์ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศของไทย