Category

‘สร้างผู้ผลิตให้มีจำนวนมากกว่าผู้กำกับ’

เจแปน ฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ สถาบันที่ทำหน้าที่เผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก ถ้าหากเป็นคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ต่างประเทศล่ะก็ คงจะมีสักครั้งที่เคยเดินทางไปชมภาพยนตร์หรืองานอีเว้นท์ที่มูลนิธิเป็นผู้จัดกันบ้าง คราวนี้เราจะนำเสนอบทสัมภาษณ์ของผู้อำนวยการบริหาร คุณโยชิโอกะ ซึ่งมารับตำแหน่งที่ประเทศไทยเป็นครั้งที่สองแล้ว เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและไทย

The Japan Foundation ศูนย์วัฒนธรรมญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

ผู้อำนวยการบริหาร

Yoshioka Norihiko

ประวัติ
เกิดเมื่อปี 1974 จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์และวรรณคดี มหาวิทยาลัยวาเซดะ เข้าทำงานเมื่อปี 1996 จนถึงปัจจุบัน
คติประจำใจ : Memento Mori
หนังสือเล่มโปรด : งานของ Kazuo Ishiguro และ Fujuzawa Shuhei
งานอดิเรก : อ่านหนังสือ ชมภาพยนตร์ ชมการแสดงละครเวที
ร้านประจำในกรุงเทพฯ : Toby’s
กิจกรรมวันหยุด : ถ้าไม่มีงานหรืองานอีเว้นท์ก็จะอยู่บ้านเล่นกับลูก
รถคันโปรดหรือรถที่ใช้อยู่ : Subaru XV

ขอทราบประวัติและการดำเนินการของมูลนิธิ

มูลนิธิญี่ปุ่นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 ปัจจุบันเป็นองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญสังกัดกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่สร้างเสริมความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างประเทศ การดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 การแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรม เช่น การแสดง ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะการแสดงต่างๆ เพื่อความเพลิดเพลิน ส่วนที่ 2 การให้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นทั้งผู้ที่ต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่น และอบรมทักษะให้แก่ผู้สอนภาษาญี่ปุ่น มีคนจำนวนมากที่อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะชื่นชอบอนิเมะและมังงะของญี่ปุ่น แต่ไม่ว่าจะอยากเรียนด้วยเหตุผลอะไร ทางเราก็หวังให้ผู้ที่มาเรียนได้รู้ถึงความงดงามที่แฝงอยู่ในความหมายของภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น และสุดท้ายส่วนที่ 3 ก็คือ แลกเปลี่ยนความรู้และการค้นคว้าวิจัยของญี่ปุ่น ในส่วนนี้จะเป็นการให้ความสนับสนุนแก่องค์กรและตัวบุคคล เพื่อการค้นคว้าและวิจัยด้านวิชาการเฉพาะแขนงต่างๆ อาทิเช่น ประวัติศาสตร์ วรรณคดี การเมือง และเศรษฐกิจ โดยเชิญตัวมาเป็นนักวิจัยพิเศษในงานสัมมนาหรือประชุมระดับชาติที่เราจัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น

การเดินทางไปญี่ปุ่นง่ายมากขึ้นแล้ว ความสัมพันธ์คงจะแน่นแฟ้นมากขึ้น

ก็ยังมีคนที่อยากไปญี่ปุ่นแต่ยังไม่ได้ไปหรือคนที่ไปเที่ยวมาแล้วแต่กลับไม่เข้าใจเรื่องของญี่ปุ่นมากขึ้น เพียงแค่การท่องเที่ยวไม่ได้ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้นมากขึ้นได้ จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องคิดแผนการทำงานเพื่อให้ชาวต่างประเทศได้เข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้มากขึ้น และส่งต่อผู้คนเหล่านั้นไปยังท้องถิ่นต่อไป

การเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเปิดกิจการในประเทศมากมายขนาดนี้ ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อเข้าทำงานในบริษัทญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจของเราในปี 2015 พบว่ามีผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ถึง 1 แสน 7 หมื่นคน มากเป็นลำดับที่ 6 ของโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย นักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายจะเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาต่างประเทศที่สองมากเป็นอันดับ 2 รองจากภาษาจีน เรื่องการเลือกเรียนภาษาต่างประเทศภาษาที่สองนี้ เป็นที่น่าสนใจว่า ในโรงเรียนที่ให้ผู้ปกครองเลือกมักจะเลือกภาษาจีน ส่วนโรงเรียนที่ให้นักเรียนเลือกเองจะเลือกภาษาญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ เข้าใจว่าผู้ปกครองเลือกภาษาจีนด้วยเหตุผลที่ว่าน่าจะมีประโยชน์ในอนาคตมากกว่า แต่คนรุ่นใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนและอนิเมะญี่ปุ่น ถ้าให้เลือกเองได้ก็จะเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น

ในกรุงเทพฯ มีโอกาสได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้น

ปัจจุบัน เรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือการสร้างบุคลากรด้านศิลปะและวัฒนธรรม ในประเทศไทยเองก็มีคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นนักดนตรีและผู้กำกับภาพยนตร์เก่งๆ รวมไปถึงศิลปินที่มีผลงานระดับโลก เพื่อที่จะให้พวกเขาได้มีโอกาสแสดงความสามารถในระดับโลก เราต้องสร้างคนที่จะคอยส่งเสริมความสามารถของพวกเขาให้เด่นชัดมากขึ้น อย่างเช่นโปรดิวเซอร์ หรือฝ่ายศิลป์ด้วย
ในความหมายกว้างๆ ก็คือเราตั้งใจว่าจะสนับสนุนช่วยเหลือศิลปะและวัฒนธรรมของไทย ผ่านทางการสร้างบุคลากรด้านศิลปะวัฒนธรรม

คุณโยชิโอกะเป็นผู้ที่มีสัมพันธ์แนบแน่นกับวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดี

ความจริงแล้ว ผมเคยมารับตำแหน่งเมื่อปี 1999~2004 ครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นการรับตำแหน่งครั้งที่สอง โดยเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนเมษายน 2016 ซึ่งพอได้เห็นศิลปินที่เคยพบกันตอนรับตำแหน่งครั้งแรกเติบโตขึ้น และมีชื่อเสียงในวงการก็รู้สึกดีใจมาก

อีเว้นท์ใหม่คือการแสดงละครเวที

เราได้เชิญตัวโปรดิวเซอร์ละครเวที คุณฮิราตะ โอริสะ มาร่วมทำงานด้วย และเปลี่ยนผลงานยอดนิยมของเขา ‘Tokyo Note’ ให้เป็น ‘Bangkok Note’ และให้นักแสดงชาวไทยแสดง ซึ่งได้การตอบรับจากนักแสดงว่า “เป็นการกำกับเวทีที่แปลกใหม่โดยมีทฤษฎีที่ไม่เหมือนใครรองรับ ทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย” งานนี้ถือว่าเป็นงานแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ของเรา ก็หวังว่าจะมีคนไปชมมากๆ

มีโอกาสได้พบกับ คุณเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินผู้มีชื่อเสียงของไทยและผู้สร้างวัดร่องขุ่น จ.เชียงราย