>

มุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังในประเทศไทย ― GDH 559

มุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังในประเทศไทย ― GDH 559

มุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังในประเทศไทย
「จากแนวคิด “ ‘ส่งต่อความสุข’ ให้ผู้ชม” สู่ภาพยนตร์ยอดฮิตอันดับ 1 ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย」

ผู้ก่อตั้ง
CEO
จินา โอสถศิลป์


“GDH 559” บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ในสังกัดบริษัท “GMM Grammy” สื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ของไทย ภาพยนตร์เรื่อง “ฉลาด เกมส์ โกง (Bad Genius)” ที่ฉายไปเมื่อปีที่แล้วได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ หรือรางวัล “สุพรรณหงส์” มากถึง 12 สาขา และวันนี้เราได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์ CEO แห่ง GDH 559 เกี่ยวกับแผนการในอนาคต รวมถึงหัวใจสำคัญขบวนการผลิตที่ทำให้ภาพยนตร์ของ GDH 559 โด่งดังได้ขนาดนี้

แนวคิดหลักขององค์กรคืออะไร
บริษัทของเราเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่เกิดมาจากการร่วมลงทุนของสองบริษัท “GMM Grammy” และ “Hub Ho Hin Bangkok” ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี (รวมก่อนที่จะมาเป็น GDH 559) ที่เป็นโปรดิวเซอร์อย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิต มาร์เก็ตติ้ง ไปจนถึง PR รวมไปถึงละครโทรทัศน์เองก็ทำด้วยเหมือนกัน เลข 559 ในชื่อบริษัทก็มาจากวันก่อตั้ง คือวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559 ตอนนี้เรามีพนักงานที่รักในงานภาพยนตร์ทั้งหมด 66 คน ที่ผ่านมาทุกคนต่างทุ่มเทแรงกายทั้งหมดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดีที่สุด จนในที่สุดเมื่อปีที่แล้วภาพยนต์เรื่อง “ฉลาด เกมส์ โกง” ของเรามียอดขายตั๋วสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประวัติการณ์ และยังได้รับรางวัลภาพยนตร์สาขาต่างๆ มาเป็นผลตอบแทนของความพยายามนั้น แถมยังได้รับความนิยมอย่างมากแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม มาเก๊า รวมแล้วเราได้ไปฉายใน 16 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นการทุบสถิติของวงการภาพยนตร์ไทยที่ผ่านมา

คิดว่าอะไรที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้
“ฉลาด เกมส์ โกง” เป็นภาพยนตร์ที่หยิบยกเรื่องของสงครามการสอบเข้าเรียนของกลุ่มเด็กมัธยมปลายกลุ่มหนึ่งมาสะท้อนถึง “การทุจริต” ที่กำลังเป็นปัญหาสังคมในปัจจุบันโดยอาศัยการใช้ทริคใหม่ๆ มาใช้ในการดำเนินเรื่องโดยไม่ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดจนเกินไป แต่กลับรู้สึกสนุกและอยากติดตามไปจนจบเรื่อง แต่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้น ผลงานเรื่องอื่นๆ เราก็ให้ความสำคัญกับการคิดธีม (สิ่งที่ต้องการจะสื่อ) ใจความหลักของเรื่อง และวิธีการในการสร้างเรื่องราวให้ผู้ชมรู้สึกสนุก แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นฟิคชั่นที่เราแต่งขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ใช่แค่สร้างฉากขึ้นมาให้คนดูเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการสร้างผลงานคุณภาพที่พอคนดูดูแล้วจะรู้สึกเชื่อว่าเรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ดูหนังของเราจบแล้ว คนดูจะต้องรู้สึกมีความสุขหรือมีอารมณ์ร่วมไปกับมัน เหมือนได้เรียนรู้อะไรสักอย่างมากขึ้น เราจึงให้ความสำคัญกับผลงานแบบ “ฟีล กู้ด” เป็นอย่างมาก

ขั้นตอนของการผลิตเป็นอย่างไร
1. กำหนดคอนเซ็ปต์ 2. เขียนบท 3. กำหนดผู้กำกับ 4. กำหนดตัวนักแสดง ตากล้อง คนรับผิดชอบฝ่ายต่างๆ จากนั้นก็เริ่มถ่ายทำ 5. ตัดต่อ 6. โปรโมต 7. เปิดตัว (เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ) ขั้นตอนที่ 1-3 ถือว่าสำคัญมากสำหรับการทำภาพยนตร์ ดังนั้นกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เรียบร้อยอย่างต่ำที่สุดอาจใช้เวลาถึง 1 ปีครึ่ง หากนานกว่านั้นก็อาจจะใช้เวลาถึง 4 ปีเลยก็มี การได้เห็นผลงานของเราแต่ละชิ้นค่อยๆ พัฒนาไปตามเวลานั้นให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเลี้ยงลูกของตัวเองอยู่
ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าไม่ว่าธุรกิจไหนๆ ต่างก็มุ่งหวังผลกำไรกันทั้งนั้น ตราบใดที่ผลงานนั้นไม่น่าสนใจตั้งแต่แรก ก็ไม่มีทางดังได้ เป้าหมายของเราไม่ใช่ความดัง แต่เราหวังให้ผลงานของเราสนุก
สามารถสื่อสิ่งที่เราต้องการจะสื่อได้ การโปรโมตก็อาศัยการโปรโมตจากโรงภาพยนตร์ ตัวละคร โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค หรือทางยูทูป ซึ่งใช้การลงทุนทำ PR ที่ต่ำมาก เพราะไม่ว่ายังไงถ้าเรื่องมันสนุก แน่นอนว่าก็ต้องได้รับความสนใจจากทุกคนอยู่แล้ว

แนวคิดของบริษัทอันโดดเด่นที่ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ
คำว่า “Feel Good” ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ พวกเราทุกคนต่างก็ให้ความสำคัญร่วมกัน การจะเป็นมืออาชีพได้ การขัดเกลาความสามารถของคนแต่ละคนเพียงอย่างเดียวมันไม่เพียงพอ แค่นั้นไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีได้ สตาฟของเราก้าวข้ามคำว่าธุรกิจไปแล้ว เราทุกคนต่างให้ความสำคัญในเรื่องของความสัมพันธ์ที่สามารถปรึกษากันได้เหมือนเป็นคนในครอบครัว คอยซัพพอร์ตกันเวลามีปัญหา การมีความสุขนอกเหนือไปจากเรื่องงาน เราคิดว่ามันช่วยให้สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ ความสุขไม่ใช่สิ่งที่หามาได้ยาก การจะได้มันมาก็ขึ้นอยู่กับความคิดของเราเอง เมื่อผู้สร้างมีความสุข คนดูก็จะมีความสุขตามไปด้วย ความคิดที่ว่าสอดคล้องกับชื่อของบริษัท “GROSS DOMESTIC HAPPINESS” ของเรา

วงการภาพยนตร์ต่อจากนี้
ปัจจุบัน ภาพยนตร์ไทยที่ถูกสร้างขึ้นมามีประมาณ 50 เรื่องต่อปี และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงยังไงภาพยนตร์ไทยก็ยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก ด้วยค่าตั๋วของภาพยนตร์ของฮอลลีวูดและของไทยที่เท่ากัน แต่ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดมากกว่า ดังนั้นเราจึงอยากมีส่วนพัฒนาวงการภาพยนตร์ให้คนไทยเกิดความรู้สึก “อยากดูหนังไทย” ทุกครั้งที่เราสร้างหนังเรื่องใหม่เราจะคิดอยู่เสมอว่าต้อง “ก้าวข้ามสิ่งที่เคยทำมา” ให้ได้ ต่อไปเรายังมีส่วนที่ต้องแก้ไขปรับปรุงไปอีกเรื่อยๆ เพื่อก้าวไปสู่สเต็ปต่อไป


“การไปเที่ยวช่วยกระตุ้นไอเดียใหม่ๆ ” คุณจีน่ามักจะชอบออกไปท่องเที่ยวอยู่เสมอ


GDH 559 Co., Ltd.
02-662-3404
92/11 ซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี)
http://www.gdh559.com/
บริษัทผลิตภาพยนตร์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน ผลิต และโปรโมต ภายใต้แนวคิด “Feel Good”