Category
Aussumption University – มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของไทยที่มุ่งพัฒนาไปอย่างไม่สิ้นสุด แอพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นโดยนักศึกษาเพื่อนักศึกษาโดยเฉพาะ

มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของไทยที่มุ่งพัฒนาไปอย่างไม่สิ้นสุด
แอพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นโดยนักศึกษาเพื่อนักศึกษาโดยเฉพาะ

Ph. D / University Registrar
Soonthorn Pibulcharoensit (Moo)
สุนทร พิบูลย์เจริญสิทธิ์ (หมู)


หากนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน “มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)”
แห่งนี้มีอายุมากว่า 50 ปีแล้ว ในตอนนี้มหาวิทยาลัยถือเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดดเด่นด้วยหลักสูตรด้านการบริหารธุรกิจ รวมไปถึงระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพ ในครั้งนี้เราจะมาสัมภาษณ์ ดร.สุนทรผู้เป็นกำลังสำคัญในการคิดค้นระบบใหม่ๆ เพื่อความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาทุกคนที่มีอยู่มากถึง 110,000 ชีวิต

แนะนำเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญพัฒนามาจาก“โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ” ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1969 และใช้ระบบการเรียนการสอนแบบ “All English” ซึ่งถือเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอนอย่างเต็มรูปแบบ

ต่อมาเราก็ได้มีการยกระดับจากโรงเรียนมาเป็นวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ จากนั้นในปี 1990 เราก็ได้เปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเต็มรูปแบบจนถึงปัจจุบัน

นอกจากวิชาการบริหารที่นักศึกษาทุกคนจะต้องเรียนแล้วยังมีวิชาแขนงอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่น มนุษยศาสตร์ หรือวิชาเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ ที่จะใช้ภาษาอังกฤษ
ในการเรียนการสอนทุกวิชา ในตอนนี้ก็มีบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยของเราสร้างชื่อเสียงอยู่ในหลายประเทศเลยครับ

ปัจจุบันแคมปัสของเรามีทั้งหมด 3 ที่ครับ ที่แรกคือที่หัวหมากซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะบริหารธุรกิจ และคณะสำหรับปริญญาโทหรือคณะการวิจัยต่างๆ

ต่อมาคือที่สุวรรณภูมิซึ่งถือเป็นแคมปัสที่สวยงามที่สุดในภูมิภาคเอเชียของเรา และที่สุดท้ายคือที่ห้างฯ เซ็นทรัลเวิร์ล ซึ่งเป็นซิตี้แคมปัสของเรา

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยของเราก็คือ เราได้รับการบริหารโดยมูลนิธิภราดาคณะเซนต์คาเบรียลที่ได้เข้ามามีบทบาทในศาสนาคริสต์ในไทยมาเป็นระยะเวลานาน
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจึงถือเป็นมหาวิทยาลัยคาทอลิกที่หาได้ไม่ง่ายนักในประเทศไทย

ทางมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับโปรแกรมแลกเปลี่ยนนักศึกษานานาชาติ

อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นว่ามหาวิทยาลัยของเราเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่เริ่มทำการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
เราจึงถือเอาความเป็น”แห่งแรก”ที่ว่านี้มาทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้นโดยการริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างนักศึกษาต่างชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ในปัจจุบันเรามีนักศึกษาต่างชาติจาก 109 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมโครงการนี้
ปีนึงก็มีมากกว่า 100 กว่าคน ส่งผลให้แต่ละแคมปัสของเราจะมีนักศึกษาต่างชาติและชาวไทยอยู่ร่วมกัน กลายเป็นสภาพแวดล้อมแบบนานาชาติขึ้นมา

แน่นอนว่าเราเองก็มีโครงการแลกเปลี่ยนสำหรับนักศึกษาชาวไทยที่ต้องการไปต่างประเทศด้วย อย่างเช่น สมมุติมีนักศึกษาชั้นปีที่ 2
ที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศเราก็สามารถทำการโอนหน่วยกิตให้นักศึกษาไปศึกษาต่อได้โดยไม่มีรอยต่อใดๆ
เพราะผมอยากจะสนับสนุนนักศึกษาให้เรียนในสิ่งที่เขาอยากจะเรียนได้อย่างเต็มที่จึงเข้ามารับ
หน้าที่ในสำนักทะเบียนเพื่อให้สามารถช่วยเหลือนักศึกษาได้อย่างเต็มที่ที่สุด

ทราบมาว่าทางมหาวิทยาลัยมีระบบคลาวด์เป็นของตัวเองด้วย

ก่อนหน้านี้ผมมีประสบการณ์สอนทางด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์มาก่อน แต่เพราะทางมหาวิทยาลัยมอบหมายให้ผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
ในสำนักทะเบียนที่จะคอยดูแลระบบต่างๆ อย่างเช่น ข้อมูลนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ระบบลงทะเบียน รวมไปถึงรวบรวมข้อมูลวิจัยสำหรับหน่วยงานต่างๆในมหาวิทยาลัย เป็นต้น
หากพูดถึงระบบลงทะเบียนสมัยก่อนก็คงจะนึกถึงการแปะแผ่นกระดาษที่บอร์ด หรือหากทันสมัยขึ้นมาหน่อยก็คงจะเป็นการลงทะเบียนผ่านเว็ปไซต์ที่เปิดให้ลงทะเบียนได้ไม่นานก็ล่มไป

เทคโนโลยีของโลกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเราก็เห็นความสำคัญที่ว่านักศึกษาของเราจะต้องเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป
เราจึงคิดริเริ่มให้นักศึกษาได้มาพัฒนาระบบดังกล่าวในแบบที่อยากจะให้เป็นด้วย ตัวของเขาเอง

ดังนั้นในปี 2014 ผมและนักศึกษาจึงได้สร้างระบบคลาวด์ของเราขึ้นมาเองและสร้างแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “AU Spark”
นอกจากนักศึกษาจะสามารถดูข้อมูลส่วนตัวและจ่ายค่าเล่าเรียนผ่านระบบนี้ได้แล้ว ยังสามารถทราบข่าวสารต่างๆ
อย่างเช่น แจ้งเตือนการงดการเรียนการสอน เป็นต้น ถือได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยที่เราทุกคนต่างร่วมแรงกันสร้างขึ้นมาเองโดยเฉพาะ

คิดว่าสิ่งที่ทำให้แอพพลิเคชั่นนี้ประสบความสำเร็จคืออะไร

แน่นอนว่าผมเคยสอนเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีในฐานะอาจารย์มาก่อน แต่จริงๆแล้วแอพลิเคชั่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
หากขาดนักศึกษาที่ช่วยพัฒนาโครงการนี้ให้เกิดขึ้นมา มันจึงกลายเป็น “ระบบเพื่อนักศึกษาที่พัฒนาโดยนักศึกษา” อย่างแท้จริง

นอกจากนี้เรายังมีระบบรับฟังผลตอบรับของนักศึกษาเพื่อนำกลับมาพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก
AU Spark สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนที่หน้าจอของโทรศัพท์ได้ และมีแชทที่นักศึกษาและอาจารย์สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
ทันทีทำให้เกิดเป็นระบบการสื่อสารภายในมหาวิทยาลัยแบบครบวงจรที่จะช่วยลดระยะห่างระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ให้ใกล้กันมากยิ่งขึ้น

ความคาดหวังต่อจากนี้

ในตอนนี้เรามีแอปพลิเคชันที่เป็นตัวช่วยในการสื่อสารระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ แต่ประมาณช่วงเดือนมิถุนายนปีหน้าเราจะมีการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับผู้ปกครองด้วยครับ
ทำให้ต่อจากนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถทราบข่าวสารเกี่ยวกับเด็กๆ ได้ อย่างเช่น “เข้าเรียนจริงหรือไม่?” “จ่ายค่าเทอมเรียบร้อยหรือยัง” เป็นต้น

ผมคิดว่าแอปนี้น่าจะช่วยคลายความกังวลในตัวนักศึกษาลงไปได้เยอะเลยทีเดียว
แต่สำหรับนักศึกษาแล้วก็อาจจะไม่ค่อยถูกใจกันเท่าไหร่นะครับ(หัวเราะ)

ผมคาดหวังให้นักศึกษาของเราจบไปเป็นคนที่สามารถคิดและต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ จนสามารถพัฒนาตนเองให้เป็น“บุคลากรชั้นนำของโลก” ได้
เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการต่อยอดการเรียนรู้ของนักศึกษาได้ครับ

ในวันพักผ่อน อาจารย์สุนทรมักจะชอบออกไปท่องเที่ยวถ่ายรูปหรือเล่นกีฬาแบดมินตัน

02-300-4543
592/3 Ramkhamhaeng 24 Rd., Hua Mak, Bangkapi 10240
www.au.edu/index.php
ปีที่ก่อตั้ง 1969
ขอบข่ายองค์กร สถาบันการศึกษาให้ความรู้กับบุคคลรุ่นใหม่ๆสถาบันการศึกษาที่ริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาต่างชาติในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ปัจจุบันมีนักศึกษาทั้งหมดประมาณ110,000 คน นับตั้งแต่ปี 1901
มหาวิทยาลัยได้เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของมูลนิธิภราดาคณะเซนต์คาเบรียลที่ให้การสนับสนุนสถาบันการศึกษาต่างๆในประเทศไทยกว่า 16 แห่ง
แคมปัสของมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแคมปัสสุวรรณภูมิถือเป็นแคมปัสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดด้วยความสวยงามของอาคารเรียนสไตล์โกธิคตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่ห้อมล้อมอยู่โดยรอบ ทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็น“มหาวิทยาลัยในสวน”